สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร (Credit Bureau)

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา - 5 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #1372 โดย Anakin
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร

Q: เครดิตบูโร คือ อะไร
A: เครดิตบูโร หรือ บริษัทข้อมูลเครดิต (Credit Bureau) คือ บริษัทที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินหลายๆแห่งที่เป็นสมาชิก นำมารวบรวมประมวลผลเป็นข้อมูลเครดิตในภาพรวมสำหรับลูกค้าเจ้าของข้อมูลแต่ละราย และเมื่อสถาบันการเงินหรือลูกค้าเจ้าของข้อมูลต้องการเรียกดูรายงานข้อมูลเครดิตภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด บริษัทข้อมูลเครดิตจึงจะเปิดเผยข้อมูลเครดิตนั้นในรูปของรายงานข้อมูลเครดิต

Q: รายงานข้อมูลเครดิต คือ อะไร
A: รายงานข้อมูลเครดิต (Credit Report) คือ รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่ขอสินเชื่อ โดยมีข้อมูลประกอบไปด้วยข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงตัวลูกค้า และคุณสมบัติของลูกค้าที่ขอสินเชื่อ และประวัติการขอและการได้รับอนุมัติสินเชื่อ และการชำระสินเชื่อของลูกค้าที่ขอสินเชื่อ รวมทั้งประวัติการชำระราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิต

รายงานข้อมูลเครดิตก็คือรายงานข้อมูลสินเชื่อ ดังนั้นจึงไม่มีข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของท่านในรายงานข้อมูลเครดิต

ข้อมูลเครดิตในฐานข้อมูลมิใช่เป็นแบล็กลิส (Black List) แต่อย่างใด จริงๆ แล้ว เครดิตบูโรไม่มีสิทธิ์ในการจัดแบล็กลิสผู้ขอสินเชื่อนะคะ เพราะเครดิตบูโรจะทำหน้าที่รวบรวมประวัติการชำระสินเชื่อหรือบัตรเครดิตของสินเชื่อทุกบัญชีจากสถาบันการเงินตามข้อเท็จจริง ซึ่งสถาบันการเงินใช้ข้อมูลเครดิตเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการพิจารณาสินเชื่อค่ะ เพราะการตัดสินใจว่าจะให้หรือไม่ให้สินเชื่อนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น รายได้ของผู้สมัครสินเชื่อ หลักประกัน บุคคลผู้ค้ำประกัน เป็นต้นค่ะ ในทางกลับกัน หากผู้ขอสินเชื่อมีประวัติการชำระสินเชื่อตรงเวลา ข้อมูลเครดิตก็จะมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงินพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


Q: ใครเป็นผู้เรียกดูรายงานข้อมูลเครดิต
A: สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตเป็นผู้เรียกดูรายงานข้อมูลเครดิตเกี่ยวกับตัวลูกค้าที่ขอสินเชื่อ ทั้งนี้ในการสมัครขอสินเชื่อนั้นโดยปกติสถาบันการเงินจะขอให้ท่านให้ความยินยอมในการให้บริษัทข้อมูลเครดิตเปิดเผยข้อมูลอยู่แล้ว และบริษัทข้อมูลเครดิตเปิดเผยข้อมูลเครดิตของท่านให้สมาชิกที่มีความจำเป็นต้องพิจารณาวิเคราะห์การให้สินเชื่อแก่ท่านตามที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ นอกจากนี้ ผู้บริโภคเจ้าของข้อมูลเองก็มีสิทธิซื้อรายงานข้อมูลเครดิตของตนเองได้ในราคาไม่เกิน 200 บาทต่อฉบับตามกฎหมาย

สถาบันการเงินหลักทุกแห่งเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิต เช่น ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ บริษัทลีสซิ่งเช่าซื้อ บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตที่เรียกกันว่านอนแบงก์ เป็นต้น

แต่ไม่รวมถึงค่าไฟฟ้า น้ำประปา ค่าโทรศัพท์บ้าน ค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าอินเตอร์เน็ต รวมถึงเงินกู้ยืมของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ) ยังไม่มีการนำส่งข้อมูลเข้ามาในระบบข้อมูลเครดิต


Q: ทำไมจึงถูกปฏิเสธคำขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
A: เครดิตบูโรเปิดเผยประวัติการขอและการชำระสินเชื่อของท่านในรายงานข้อมูลเครดิต แต่ไม่ได้ทำหน้าที่พิจารณาให้หรือไม่ให้สินเชื่อ สถาบันการเงินแต่ละแห่งมีนโยบายการให้สินเชื่อเป็นของตนเองซึ่งอาจแตกต่างกันไปในระหว่างสถาบันการเงิน สถาบันการเงินไม่ได้รายงานให้บริษัทข้อมูลเครดิตทราบว่าทำไมจึงตอบรับการให้สินเชื่อหรือทำไมจึงปฏิเสธการให้สินเชื่อแก่ท่าน

Q: จะทราบได้อย่างไรว่าถูกปฏิเสธคำขอสินเชื่อเนื่องจากรายงานข้อมูลเครดิต
A: ตามกฎหมาย หากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกปฏิเสธการให้สินเชื่อแก่ท่านโดยเหตุอันเนื่องมาจากการได้รับรู้ข้อมูลของท่าน สถาบันการเงินนั้นต้องแสดงเหตุผลรวมทั้งแหล่งที่มาของข้อมูลให้ท่านทราบเป็นหนังสือ หากแหล่งข้อมูลนั้นคือบริษัทข้อมูลเครดิต ท่านสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหากใช้สิทธิตรวจสอบภายในสามสิบวันนับจากวันที่ได้รับคำปฏิเสธการขอสินเชื่อ(ดูรายละเอียดเพิ่มเติม - www.ncb.co.th/dispute.htm )

Q: ข้อมูลในเครดิตบูโรจะเก็บย้อนหลังกี่ปี และจะอัพเดททุกๆ กี่เดือน
A: ข้อมูลของบุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดไว้ว่าให้เก็บไว้ในระบบประมวลผลได้ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วนที่สมาชิกรายงานข้อมูลมายังบริษัท โดยที่จะมีข้อมูลใหม่เข้าไปแทนที่ข้อมูลเก่าเรื่อยไปน่ะค่ะ ส่วนการ Update ข้อมูลนั้น สถาบันการเงินจะรายงานประวัิติการชำระของคุณเข้ามาที่บริษัทฯ ทุกๆ สิ้นเดือน

แหล่งที่มา FAQ - www.ncb.co.th/faq.htm
Last edit: 5 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา by นกกระจอกเทศ.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา - 1 ปี 2 เดือน ที่ผ่านมา #1373 โดย Anakin
.
11 ช่องทาง ในการเช็คเครดิตบูโร

www.ncb.co.th/check-your-credit-bureau/where-to-check-credit-bureau

[/url]










กรณียื่นคำขอตรวจข้อมูลเครดิตบูโร

โดยผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารต่างๆที่ลูกหนี้สะดวก สามารถยื่นคำขอได้ที่


- ธนาคารธนชาต (TBANK)

- ธนาคารกรุงไทย (KTB)

- ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) (ICBCT)

- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GHB)

- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH)

- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)


การให้บริการยื่นคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารธนชาต, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไอซีบีซี (ไทย), ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกแห่งทั่วประเทศนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะที่อยู่ในภูมิภาคสามารถที่จะตรวจสอบความถูกต้องของประวัติธุรกรรมสินเชื่อของตนเองได้ ทั้งนี้ธนาคารจะทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ในการรับคำขอตรวจสอบและรับชำระค่าตรวจสอบ ซึ่งจะให้บริการเฉพาะเจ้าของข้อมูลที่เป็นบุคคลธรรมดาและต้องมายื่นขอตรวจสอบด้วยตนเองเท่านั้น โดยบริษัทจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลและจัดส่งรายงานข้อมูลเครดิตทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้แก่ท่าน ภายใน 1 สัปดาห์นับจากวันที่ท่านได้ยื่นคำขอที่ธนาคาร

ขั้นตอนการขอยื่นคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตที่เคาน์เตอร์ ธนาคารธนชาต, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไอซีบีซี (ไทย), ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ต้องชำระเงินเป็นค่าขอตรวจสอยรายงาน 150.-บาท

1. เจ้าของข้อมูลบุคคลธรรมดา กรอกแบบคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตที่ธนาคาร หรือขอแบบฟอร์มจากเจ้าหน้าที่ธนาคารสาขาที่ท่านติดต่อ และลงลายมือชื่อให้ครบถ้วน พร้อมแนบหลักฐาน ดังต่อไปนี้
- บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรอื่นที่หน่วยงานราชการออกให้ที่แสดงเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง)

2. ยื่นเอกสารในข้อ 1 และชำระค่าธรรมเนียมการตรวจสอบข้อมูลเครดิตต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร (150.-บาท)

3. ธนาคารจะออกหลักฐานการรับชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าจัดส่งเอกสาร ให้แก่ท่านเก็บไว้เป็นหลักฐาน

4. บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จะจัดส่งรายงานข้อมูลเครดิตให้แก่ท่านภายใน 1 สัปดาห์นับจากวันที่ยื่นคำขอ ที่ธนาคาร

หมายเหตในแบบฟอร์มการขอตรวจสอบ กรุณาระบุที่อยู่ของท่านที่จะให้บริษัทจัดส่งรายงานให้ครบถ้วนและชัดเจน รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ของท่านในกรณีที่บริษัทต้องการสอบถามเพิ่มเติม
.
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:
Last edit: 1 ปี 2 เดือน ที่ผ่านมา by นกกระจอกเทศ.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1377 โดย Anakin
ความหมายของ "รหัสสถานะ" ทั้งหมดในเครดิตบูโร...เป็นดังนี้ครับ

A0 = บัญชีปกติ
D1 = อยู่ในระหว่าการเจรจาให้ชำระหนี้
D3 = มีการประนอมหนี้ หรือ มีข้อตกลงในการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่
D5 = มียอดค้างชำระ
F0 = กำลังตรวจสอบบัตรเครดิต หรือบัตรประจำตัว เนื่องจากถูกฉ้อฉล
F1 = บัตรเครดิต หรือบัตรประจำตัว เคยถูกใช้ฉ้อฉล
L0 =อยู่ในระหว่างกระบวนการทางกฏหมาย
L3 = ศาลพิพากษายกฟ้อง
S0 = บัตรเครดิต ถูกขโมย / หาย
T1 = ขายหนี้ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือนิติบุคคลอื่น
T3 = โอนหนี้ไปยังบัญชีใหม่ หรือบัญชีอื่น
X0 = ปิดบัญชี
X2 = ลูกค้าเสียชีวิต หรือสาบสูญ
X5 = ปิดบัญชี ภายหลังจากการติดตามทวงถาม
X7 = ปิดบัญชีเนื่องจากหนี้สูญ
10 = สถานะปกติ
11 = สถานะปิดบัญชี

12 = พักชำระหนี้ ตามนโยบายของรัฐ
20 = มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน
30 = อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย

31 = อยู่ในระหว่างชำระหนี้ตามคำพิพากษา ตามยอม
32 = ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากขาดอายุความ
33 = ปิดบัญชี เนื่องจากตัดเป็นหนี้สูญ
40 = อยู่ระหว่างชำระสินเชื่อ เพื่อปิดบัญชี
41 = เจ้าของข้อมูลขอตรวจสอบรายการ
42 = โอนหรือขายหนี้


พี่นกกระจอกเทศเคยโพสต์ไว้เมื่อ 25 ม.ค. 2553, 15:34

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1378 โดย Anakin


รายงานจะแสดงข้อมูลบ่งชี้ของท่าน ได้แก่ ชื่อ นามสกุล หมายเลขประำจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และที่อยู่ตามข้อมูุลที่ท่าน แจ้งในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ ที่เป็นสมาชิกของบริษัทฯ

ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1379 โดย Anakin


รายงานบัญชีที่มีประวัติการชำระที่ดี หมายถึง ท่านได้ชำระยอดหนี้ครบถ้วนและตรงตามกำหนดที่ระบุในเงื่อนไขสัญญา ข้อมูลในรายงานจะแสดงดังนี้

ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1380 โดย Anakin


หากท่านไม่ได้ชำระยอดหนี้หรือยอดใช้ไปของบัตรเครดิตตามเงื่อนไขการชำระเงิน ข้อมูลในรายงานจะแสดงดังนี้






หากท่านได้กลับมาชำระยอดหนี้บัตรเครดิตที่ค้างชำระ ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2550 ในวันที่ 5เมษายน 2550 รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 4,000 บาท รายงานจะแสดงข้อมูลดังนี้

ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1381 โดย Anakin
ประสบการณ์จริงจากการไปขอรายงานข้อมูลเครดิต ที่ภายในสถานี BTS ศาลาแดง
ต้องเข้าไปภายในสถานีนะครับ (ค่าบริการขั้นต่ำ 15 บาทครับ)
เปิดให้บริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9:00-18:00
ถ้านั่งรถไฟฟ้า BTS สายสนามกีฬาแห่งชาติ - วงเวียนใหญ่ ก็แวะสถานีศาลาแดง ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีครับ ปกติ คิวไม่เยอะครับ ตอนผมไปมีแค่คนเดียว สักพัก ถึงมาอีก 1 คน
ใช้แค่บัตรประชาชนตัวจริง กับเงิน 100 บาทเท่านั้นครับ

ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1383 โดย Anakin
ตอนขอรายงานข้อมูลเครดิต อย่าลืมขอ Log การสืบค้นด้วยนะครับ (ฟรี)
ผมไปขอข้อมูลวันที่ 28 ก.ย. 2554 น่าเสียดายครับ ถ้าไปขอหลังวันที่ 1 ผมก็จะได้ข้อมูลของเดือนกันยายนมาด้วย เพราะข้อมูลจะอัพเดททุกๆ สิ้นเดือนครับ ตามความเห็นด้านบน
ได้มาหนาปึ้กเลยครับ พอดีบัตรเครดิตเยอะครับ

รายการแรก บัตรเครดิตกรุงศรี
โดยตกลง Haircut ได้เดือนพ.ค. 54 โดยแบ่งจ่าย 3 งวด (พ.ค., มิ.ย., ก.ค.)
จะเห็นได้นะครับว่า สถานะ ณ วันที่ 28 ก.ย. เป็น 11 - ปิดบัญชี
และยอดค้างเริ่มลดลงในเดือนพ.ค. และมิ.ย. ส่วนเดือนก.ค. ยอดค้างเป็น 0 บาท


รายการที่สอง บัตรเครดิตกรุงศรี อีกหนึ่งใบ
โดยตกลง Haircut ได้เดือนพ.ค. 54 โดยจ่ายงวดเดียวในเดือนพฤษภาคม 2554 เลย
จะเห็นได้นะครับว่า สถานะ ณ วันที่ 28 ก.ย. เป็น 11 - ปิดบัญชี เช่นกัน
และยอดค้างลดลงเป็น 0 บาท
ในเดือนพฤษภาคม 2554 เลย

จากทั้งสองบัญชีได้ปิดบัญชีไปแล้ว แต่จะเห็นได้ว่า สถานะยังคงแสดงอยู่ในข้อมูลเครดิตของเราว่าเคยค้างชำระมาก่อน (เคยมีประวัติเสียทางการเงิน) และจะโชว์อย่างนี้ไปรวมทั้งหมด 3 ปี นั่นคือ เดือนพฤษภาคม 2557 รายการที่สองของผมก็จะไม่แสดงอีกเลย เหมือนกับว่าผมไม่เคยมีบัตรกรุงศรีใบที่สองนี่เลยครับ


ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1384 โดย Anakin
คราวนี้ เรามาดูรายการที่ยังค้างชำระ (รอ Haircut) กันบ้างนะครับ

รายการแรก บัตรเครดิต Citibank
สถานะ 40 - อยู่ระหว่างชำระสินเชื่อเพื่อปิดบัญชี
พอดี รายการ ยอดค้างชำระน้อยครับ 22,xxx บาท Citibank เลยไม่ฟ้อง
และมีการเสนอส่วนลด Haircut มาให้ตั้งแต่เดือนพ.ค. 54
จนถึงเดือนก.ย. 54 (เดือนที่ขอรายงานเครดิต) เริ่มคุยส่วนลดเกือบจะลงตัว เลยได้สถานะ 40 มา

รายการที่สอง บัตรเครดิต Citibank อีกหนึ่งใบ
สถานะ 30 - อยู่ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย
ยอด 98,xxx บาท ได้หมายศาลมาตั้งแต่เดือนพ.ค. 54
นัดไกล่เกลี่ย ให้การและสืบพยาน เดือนก.ค. 54 และผมขอเลื่อนนัดศาลออกไป 1 นัดเป็นเดือนก.ย. 54
เรื่องจึงยังอยู่ในชั้นศาล เลยได้สถานะ 30 มาครับ


ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา - 7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1385 โดย Anakin
รายการ Log การสืบค้น เพื่อตรวจดูว่าใครแอบเข้ามาดูสถานะบัญชีของเราบ้าง
โดย Log นี้ เจ้าของบัญชี เท่านั้นที่สามารถขอดู Log ได้

ไฟล์ที่แนบมาด้วย:
Last edit: 7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา by Anakin.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา - 7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #1386 โดย Anakin
มาฟังข่าวดีจ้า ติดแบล็กสิส ชำระหมด ก็กู้เรื่องบ้านได้ จริงๆ โดย mombaby เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2554, 22:03 ซึ่งยื่นเรื่องกู้ที่ธอส. สำนักงานใหญ่

กู้ผ่านแล้วจร้า เพื่อนๆ ที่คอยลุ้นและให้กำลังใจอยู่ เราทำสำเร็จแล้วจร้า สดใสสวยงาม หลังจากปิดบัญชีไปหมดแล้ว ทุกสิ่งอย่าง วันนี้ได้รับข่าวดจากแบงค์ที่ยื่นกู้เพื่อปลูกบ้าน รื้อแล้วปลูกใหม่เลยนะคะ งบ หนึ่งล้านห้าแสนบาท ผ่านฉลุยคะ ดีใจมั๊ก ๆ
เลยอยากจะเข้ามา update ให้เพื่อน ๆ ฟังและเป็นตัวอย่างให้เพื่อนที่ ที่จะทำเรื่องกู่้ต่าง ๆ เราชำระหมดเราก็กูได้ ไม่้มีปัญหาไม่ต้องกังวล
ขึ้น ตอน
1. ปิดหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ ด้วยการแฮร์คัท หรือตามสะดวก หากเราพอมีก็ไม่ต้องไปยึดติดนะคะ ว่าเราได้ส่วนลดมาก น้อย ปิด ๆ มันไปตามความเหมาะสม แต่ละกรณีไม่เหมือนกัน
2. เข้าไปที่ เครดิตบูโร นำบัตรประชาชนไปหนึ่งไบ ไป update ข้อมูลของเรา หากมีติดอยู่ บ้างก็ปรึกษาเจ้าหน้าที่ ว่าเราควรทำอย่างไร เสียเงิน 100 บาท แล้วเค้าจะปริ้นรายละเอียดให้เรา
3. นำรายละเอียดเรื่องหนี้จากเครดิตบูโรไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เราจะขอสินเชื่อ เค้าจะแนะนำเราเอง
4. หากเราปิดหมดแล้วนำหล้ักฐานการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ดู พร้อมจดหมายยืนยันการชำระหนี้จากเจ้าหนี้ด้วย
5. ยื่นเรื่องกับธนาคารที่ขอกู้ตามปกติ
6. รอตามขั้นตอนของธนาคาร ยื่นเอกสารเพิ่มเติมตามธนาคารขอ
7. รอ
8. ได้รับการอนุมัติสวยงาม ไม่ได้ใต้โตะหรือสินบนใด ๆ เลย

เราโชคดีมากอะ เจอเจ้าหน้าที่สินเชื่อเก่ง รวมเวลาตั้งแต่ยืนเรื่องขอกู้ถึงอนุมัติ 13 วัน สุดยอดอะ

พรุ่งนี้เข้าไปเซ็นสัญญาละ เป็นหนี้ต่อก้อนใหญ่ แต่ก็สบายใจและเต็มใจที่จะเป็นหนี้ก้อนนี้
จะรีบใช้ให้หมดเร็ว ๆ และสัญญาว่าจะไม่มีบ้ตรเครดิตอีกต่อไป

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ให้กำลังใจนะคะ รวมถึงคุณกอบัวด้วยสุดยอดอะเก็บกระทู้เราไว้หมด

ขอให้เพื่อนๆ สบายใจได้ดูเราเป็นตัวอย่างนะคะ ใจสู้หรือเปล่า ไหวมั้ยบอกมา โอกาสของผู้กล้า >>>>>>
Last edit: 7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา by Anakin.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Anakin
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา - 2 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา #1388 โดย Anakin
มายืนยันข้อมูลและเพิ่มเติมความมั่นใจให้เพื่อนๆ ครับว่า หากเราชำระหนี้หมดแล้ว จ่ายหนี้หมดทุกใบ แต่ยัง
1. ติดประวัติว่าเคยมีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 90วัน (ที่ชาวบ้านชอบเรียกกันว่าติด blacklist)
2. ยังคงมีประวัติค้างชำระดังกล่าว แสดงรายงานอยู่ในข้อมูลของเครดิตบูโร

คุณกู้ซื้อบ้านได้จริงๆ ครับ โดยคุณ freedom_life เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 54, 22:12

เพราะแรงบันดาลใจ รวมถึงความมุ่งมั่นส่วนสำคัญในการปลดหนี้ของผมคือ อยากมีบ้านครับ ลองตรวจหรือยื่นกู้ที่สถาบันการเงินไหนๆ ตอนนั้นก็ไม่ผ่านสักที่ มีแต่คำแนะนำให้ไปจ่ายหนี้ให้หมดแล้วมา "ลอง" ยื่นกู้ใหม่อีกครั้ง

นั่นเลยเป็นที่มาของการชำระสะสางบัญชีหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อ "บ้าน" และอนาคตตัวเองและเห็นกระทู้ของคุณ mombaby แห่งนี้และอ่านเรื่องราวของคุณจุงหลิง ก็ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นว่ายังไงตัวเองก็กู้ผ่านแน่ๆ
ยิ่งพี่กอบัวมาตอกย้ำคำพูดของคุณ Pikolo ยิ่งทำให้มีความหวังสุดๆ

และวันนี้ก็ทำได้สำเร็จครับ กู้บ้านผ่านเรียบร้อย และเซ็นสัญญาเรียบร้อยเหลือแต่บ้านเสร็จอย่างเดียว ตอนนี้ก็รอโอนครับ !!!!

ผมทราบผลมาก่อนหน้านี้แล้วแต่ว่ายังไม่ได้มาเขียนเพราะอยากให้มั่นใจจนกว่าจะได้เซ็นสัญญาก่อนถึงจะมาแจ้งผล

แบงค์แรกที่ผมยื่นกู้คือ ไทยเครดิต ที่ปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้มีปัญหาประวัติไม่ดีอยู่ในเครดิตบูโร ผมติดต่อตอนที่จองบ้าน ก็ให้คำแนะนำในการปิดว่าต้องปิดทั้งหมด เหลือไว้ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ผ่านแน่ๆ หากปิดไม่หมด พอปิดหมดส่งเอกสารให้ ก็ผ่านครับ แต่เสียค่าใช้จ่ายเยอะ ทั้งค่าประเมิน ค่าดำเนินการต่างๆ และที่สำคัญได้ดอกเบี้ยพิเศษครับ คือ สูงกว่าธนาคารอื่นๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเราก็ต้องยอมเพราะเค้ามีความเสี่ยงจากพฤติกรรมของเราในอดีต ดังนั้นก็ต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายแพงกว่าคนอื่น อ้อ !! ได้วงเงินแค่ 90 %

แต่ชีวิตเรามีทางเลือก ผมปรึกษาพี่ๆ น้องๆ ที่อยู่ในวงการการเงินรวมถึงข้อมูลจากสมาชิกในบอร์ดดังที่กล่าวมา ก็คิดว่าเราลองยื่นกู้ที่ธนาคารอื่นๆ ก็ไม่เสียหายหากได้ก็จะเป็นผลดีกับเรา ผลเสียไม่มี เพราะยังไงก็มีไทยเครดิตที่ได้แน่ๆ อยู่แล้ว

ดังนั้นผมจึงเตรียมเอกสารยื่นกู้อีกครั้งและแจ้งทางฝ่ายขายโครงการให้ยื่นกู้ทุกธนาคารที่โครงการติดต่ออยู่ ไม่เกินสามวันที่ยื่นก็ได้รับการติดต่อจาก SCB และผ่านมาถึงวันนี้ก็ทำนิติกรรมสัญญาเสร็จเรียบร้อยประมาณสองสัปดาห์ นอกจากนี้ก็มีที่อื่นติดต่อเข้ามาอีกผมก็รอแค่คำตอบเท่านั้นเองว่าจะได้เท่าไหร่ เปรียบเทียบดอกเบี้ยเท่านั้นครับ

ที่ SCB ผมได้ 100 % เต็มวงเงินที่ขอกู้ !!!!

ทั้งหมดนี้หักล้างคำพูดที่ไอ้พวกนักทวงหนี้ที่ชอบขู่ว่า จ่ายหมดแล้วแต่ยังติดเครดิตบูโร หรือติดแบล๊คลิส กู้อะไรก็ไม่ผ่าน ซึ่งไม่จริง หากเรามีหน้าที่การงานที่มั่นคง เดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอ รายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ผ่านฉลุยครับ

เอกสารปิดหนี้ที่ผมยื่นประกอบ จัดเรียงเป็นชุดๆ ดังนี้ครับ
1. หนังสือยืนยันเงื่อนไขการชำระหนี้ ที่กรรมการย้ำนักย้ำหนาว่าต้องมีๆๆ ไม่มีไม่จ่าย
2. เอกสารการชำระเงิน ต้องเขียนใบ pay in ด้วยตัวเองทุกครั้ง ลงชื่อผู้จ่ายให้ชัดเจน
3. หนังสือยืนยันปิดภาระหนี้ อาจจะไม่จำเป็นก็ได้เพราะแค่ 1-2 ก็พอ แต่เพื่อความมั่นใจใส่เพิ่มไว้ก่อน

ทั้งหมดนี้ผมเย็บเรียงลำดับเป็นชุดๆ ส่งให้ธนาคาร

เพื่อนๆ ที่กำลังคิดจะทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินสบายใจได้เลยครับ ชำระหนี้หมด ฟ้าเปิดแน่นอน ไม่ต้องรอถึงสองปีอย่างที่เค้าว่ากัน
Last edit: 2 ปี 3 เดือน ที่ผ่านมา by นกกระจอกเทศ.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • นกกระจอกเทศ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
3 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #81678 โดย นกกระจอกเทศ
ตัวอย่าง

แวะมาบอก ปิดบูโรไปแล้ว ไม่ต้องรอ 3 ปีก็ซื้อรถมือ 1 ได้นะครับ ผมปิดบูโรไป 1 วัน ยื่นซื้อรถวันร
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=6&id=42942&Itemid=64#69770


แวะมาบอกครับ ปลดบูโรแล้ว ก็กู้บ้านได้นะครับ กับ ธอส
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=5&id=44097&Itemid=64#81664

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • นกกระจอกเทศ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
2 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา - 1 ปี 2 เดือน ที่ผ่านมา #91954 โดย นกกระจอกเทศ
.
เกร็ดความรู้เสริมเพิ่มเติม

การที่ลูกหนี้จะเป็น NPL หรือเป็น"หนี้เน่า"ได้นั้น เกิดขึ้นจากการที่ลูกหนี้หยุดจ่ายหนี้เป็นเวลานานติดต่อกันถึง 3เดือน แล้วหลังจากนั้น สถานะของลูกหนี้ดังกล่าว ก็จะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นหนี้ NPL ทันที

NPL หมายถึง หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan) หรือที่เรียกกันว่าหนี้เสีย ซึ่งเกิดจากลูกหนี้เงินกู้ของสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะชำระดอกเบี้ยและเงินต้นให้กับสถาบันการเงินที่ปล่อยให้กู้เป็นระยะเวลาเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป โดยมีหลักการพิจารณาลูกหนี้ว่ามีการผิดนัดเกิน 3 เดือนหรือไม่ หากเกินจะถือว่าเป็นลูกหนี้ NPL ในทันที



ประวัติหนี้เสีย ในรายงานของเครดิตบูโร สำหรับลูกหนี้ที่ใช้วิธีหยุดจ่าย
หลังจากที่ลูกหนี้หยุดจ่ายหนี้มานานจนครบ 3เดือนแล้ว ก็จะมีประวัติเป็น"หนี้เสีย"(NPL)อย่างเป็นทางการ...ซึ่งก็หมายความว่าลูกหนี้ได้มีสถานะเป็น Blacklist (บัญชีดำ) ในสายตาของสถาบันการเงินต่างๆที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ถ้าหากวันใดที่ลูกหนี้ได้ทำการจ่ายปิดบัญชีหนี้จนหมดแล้ว (โดยไม่สนใจว่าลูกหนี้จะจ่ายปิดบัญชีด้วยวิธีการ Haircut , ถูกศาลพิพากษาว่า"ยกฟ้อง" , หรือด้วยวิธีการใดๆก็ตาม รวมทั้งการขายหนี้เน่าของลูกหนี้ออกไปด้วย) ลูกหนี้ก็จะต้องมีประวัติว่าเคย"ค้างชำระ" อยู่ต่อไปอีกแค่ 3ปี เท่านั้น แล้วหลังจากนั้น ประวัติหนี้เสียที่เคยแสดงเอาไว้อยู่ในรายงานของเครดิตบูโร ก็จะถูกลบออกไปจนหมดสิ้น




แถมกฏหมายฉบับใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเครดิตบูโร ก็ยังเขียนเอาไว้ด้วยอีกว่า ต่อให้ลูกหนี้ไม่จ่ายชำระหนี้คืนเลยก็ตาม ก็กำหนดให้ลูกหนี้ต้องติด"ประวัติค้างชำระ"อยู่ในรายงานของเครดิตบูโร เพียงแค่ 8ปีเท่านั้น หากเมื่อเกิน 8ปีไปแล้ว ต้องทำการลบล้างประวัคิเสียดังกล่าวของลูกหนี้ ออกไปจากข้อมูลรายงานของเครดิตบูโรทันที

*** กำหนดไว้อยู่ใน ข้อ ๑๘ (๒) และ (๓) ของราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๘๕ ง ***
debtclub.consumerthai.org/media/kunena/attachments/10551/CreditBureau.PDF


ผมเคยอธิบายไว้มานานแล้ว อยู่ในกระทู้นี้ครับ

เหมือนเกิดใหม่"ราชกิจจานุเบกษา" ประกาศชัด ล้างประวัติลูกหนี้แบล็คลิสต์ 6 แสนราย
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=5&id=41892&Itemid=64#58267

ดังนั้น...ใครก็ตามที่ติด"ประวัติค้างชำระ" อยู่ในรายงานของเครดิตบูโรมานานจนครบ 8ปีแล้ว
ต่อให้ลูกหนี้ไม่จ่ายหนี้ , ไม่ยอม Haircut , ไม่จ่ายหนี้เลย...ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆทั้งสิ้น ก็ตาม

"ประวัติหนี้เสีย" ของลูกหนี้ที่แสดงอยู่ในรายงานเครดิตบูโร ก็จะถูกลบออกไปทันทีตามที่กฎหมายฉบับใหม่ได้บัญญัติเอาไว้


ไม่มีใครเขาติด"ประวัติเสีย" อยู่ในรายงานเครดิตบูโรไปจนตลอดชีวิตหรอกครับ ถึงแม้จะไม่มีเงินไปจ่ายชำระหนี้เลยก็ตาม

อ้างอิงข้อมูลจาก
เหมือนเกิดใหม่"ราชกิจจานุเบกษา" ประกาศชัด ล้างประวัติลูกหนี้แบล็คลิสต์ 6 แสนราย
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=5&id=41892&Itemid=64#58267
Last edit: 1 ปี 2 เดือน ที่ผ่านมา by นกกระจอกเทศ.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 5.908 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena

เข้าสู่ระบบ