วิธีแก้ไขหนี้ที่ทุกคนต้องอ่าน

7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #179 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_CREATED_NEW
.
สโลแกนของชมรมหนี้ฯ

“เราสอนให้เพื่อนจับปลา

เราต่อต้านการทวงหนี้โหด

เราไม่ส่งเสริมการชักดาบ”
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #181 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
คำเตือน
ข้อมูลในเวบชมรมหนี้ฯ โดยเฉพาะกระทู้นี้จัดทำขึ้น
เพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรรมการชมรมหนี้บัตรเครดิต
เพราะเรียบเรียงเนื้อหาขึ้นจากประสบการณ์ตรงของกรรมการชมรมหนี้ฯ
ชมรมฯไม่ยินยอมให้ใครนำไปเผยแพร่หรือหาประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากชมรมฯก่อน

เราดีใจและขอชื่นชมหากมีคนนำไปบอก-สอน-แนะนำคนอื่น-บอกต่อให้คนอื่นๆเข้ามาอ่าน
เพราะถือว่าเป็นการช่วยกระจายความรู้ เป็นการช่วยเหลือสังคมทางหนึ่ง ช่วยให้คนพ้นทุกข์

หากใครนำข้อมูลจากเวบนี้กระทู้นี้ไปหาประโยชน์ใส่ตนโดยไม่ได้รับอนุญาต
หรือนำไปดัดแปลงแก้ไขจนข้อมูลบิดเบือน ทำให้ผู้ที่มีปัญหาอยู่แล้วเข้าใจผิดแก้ไขปัญหาแบบผิดๆ
จนชีวิตเป็นทุกข์มากกว่าเดิม ...หากมีใครทำแบบนั้นก็ขอให้คนคนนั้นมีแต่ทุกข์เป็นทวีคูณ
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #182 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
.
หลักการเบื้องต้นคือ

"จะต้องหยุดหมุนเงิน หยุดหาหนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่าโดยเด็ดขาด"
และ

"จะต้องอยู่ให้ได้ด้วยเงินเดือนตัวเอง"

เงินเดือนเท่าไหร่ ก็ใช้จ่ายให้พอตลอดทั้งเดือน
ถ้ามีรายได้พิเศษก็ให้เก็บเป็นเงินสำรอง อย่าเอามารวมกับเงินเดือน
เพราะมันได้ไม่แน่ไม่นอน ถ้าเงินพิเศษ/โอที หายไปคราวนี้จะอยู่ไม่ได้กันจริงๆ

ปัญหาการเงิน ที่เกืดขึ้น ณ ปัจจุบัน
ส่วนใหญ่จะมาจากรายได้ลดลง แต่รายจ่ายเท่าเดิม
ทำให้ต้องพยายามหมุนเงิน หาเงิน(กู้)จากที่อื่น เพื่อให้พอกับรายจ่าย
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
เพราะมันยิ่งทำให้ระบบการเงินแย่ลง และจะกลายเป็นคนที่มีหนี้สินมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #184 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
.
สิ่งที่ต้องทำมี 3 ข้อ คือ

1) จัดสรรรายได้

ทำตารางรายรับรายจ่ายของตนเองตลอดเดือน
ว่าเงินเดือนพอใช้หรือไม่ ตลอดเดือนต้องใช้อะไรบ้าง
เช่น มีค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าผ่อนชำระหนี้สินต่างๆ
เมื่อทำเสร็จแล้วก็ดูว่าทั้งเดือนใช้เท่าไหร่ เหลือเก็บออมหรือไม่ ติดลบหรือไม่
ถ้าไม่ทำตารางรายรับรายจ่ายก่อน
จะไม่รู้เลยว่าการเงินของเราเป็นอย่างไร
และควรจะเลือกวิธีใดในการแก้ปัญหาหนี้สิน
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #186 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
.
2.สำรวจดูภาระหนี้สินของตนเอง

ว่ามีอะไรบ้าง ทำตารางแบ่งแยกประเภทหนี้-จำนวนหนี้
แยกประเภทหนี้เป็นกลุ่มธนาคาร นอนแบงก์ หนี้นอกระบบ
จดรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้ให้ครบ เรียงลำดับหนี้จากน้อยไปหามาก
เอาไว้ดูเวลาจะชำระหนี้สิน
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #187 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
ตัวอย่างการทำตารางหนี้ By: หมูสมิง

การทำตารางหนี้

ข้อนี้จำเป็นมากที่คุณจะต้องทำเพื่อจะได้รู้ว่า ต้องเริ่มเก็บเงินเท่าไร หนี้ตัวไหนต้องจัดการก่อน
หนี้ตัวไหนเน่าแล้ว ใกล้ฟ้องแล้ว หรือแฮร์คัตได้แล้ว
ปกติเวลาไปอบรมหรือให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ หมูจะถามเสมอว่า..คุณเป็นหนี้เท่าไร
คำตอบที่ได้ก็จะเป็นแบบนี้..1 แสนค่ะ 3 แสนค่ะ ล้านสองค่ะ สองล้านห้าค่ะ ฯลฯ

แต่หมูจะตอบว่า..หนี้นะคะไม่ใช่ดินน้ำมัน มันทุบรวมกันเป็นก้อนเดียวไม่ได้

เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่รู้จักชมรมหนี้ฯ หมูเองก็เอาหนี้ทุกตัวมาทุบรวมไว้ด้วยกันหมด
ทำให้กำลังใจว่าชาตินี้เราจะหมดหนี้ไม่มีเลย..
เพราะแบกมันไว้บนบ่าตลอด ล้านสอง ล้านสอง หนี้ 1 ล้าน 2 แสนนั้น 10% ขั้นต่ำที่ต้องจ่าย
ก็คือ แสนสองแล้ว จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายได้งานก็ไม่มีทำ มีอย่างเดียวแหละ ค้ายาบ้า
ถ้าตอนนั้นหาแหล่งซื้อได้ ป่านนี้คงโดนประหารไปแล้ว :S
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #209 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
แยกหนี้ออกจากกันก่อนด้วยการทำตารางหนี้ซึ่งไอ้ตารางหนี้นี้ก็ไม่ลึกลับซับซ้อนอะไร
แค่แบ่งมันตามสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้ในประเทศไทยมีสถาบันการเงินอยู่สองแบบคือ..
1.ธนาคาร
2.สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank)

วิธีการก็คือตีตารางเปล่าๆ 6 ช่อง แต่ละช่องแบ่งเป็น
ช่องที่ 1ชื่อสถาบันเช่น ธนาคารกะลุกปุ๊กไทย
ช่องที่ 2ชนิดของหนี้เช่นบัตรเครดิต, สินเชื่อบุคคล
ช่องที่ 3 จำนวนเงินที่เป็นหนี้ ณวันที่คุณทำตาราง


โดยเรียงลำดับตามยอดหนี้คือจากน้อยลงไปหามากหรือจะเรียงจากมากลงไปหาน้อยก็ได้แล้วแต่สะดวก
เช่นคุณมีบัตรเครดิต 1 ใบ ได้มาเมื่อปีที่แล้ววงเงิน 20,000 บาท แต่ ณวันที่คุณทำตารางหนี้
จำนวนเงินที่เป็นหนี้ของคุณอาจเป็น 35,000 บาทหรือ 10,000 บาท ก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นลูกค้าชั้นดี
จ่ายดอกเบี้ยเลี้ยงสถาบันการเงินมานานแค่ไหนฉะนั้นคุณต้องคุ้ยหาใบเสร็จงวดสุดท้ายที่คุณจ่าย
มาให้ได้ว่ายอดหนี้ที่คงค้างนั้นคือเท่าไร

ช่องที่ 4 จำนวนเงินที่ชำระขั้นต่ำในแต่ละเดือน

ข้อนี้ให้ใส่เพื่อทำลายกำลังใจและเพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เพราะคุณจะได้เห็นว่าแต่ละเดือนนั้นคุณได้ทำสิ่งไร้ประโยชน์
ด้วยการเทน้ำมันลงบนกองไฟเดือนละเท่าไรเห็นภาพไหม? เทน้ำมันลงบนกองไฟ
นอกจากกองไฟแห่งหนี้นั้นจะไม่ดับแล้วมันยังลุกโชนขึ้นอีกเรื่อยๆ (หนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รออ่านรายละเอียด
ที่จะขยายความประโยคนี้ได้ตรงวิธีแก้ปัญหาหนี้)

ช่องที่ 5 สภาวการณ์ของหนี้แต่ละตัว

เช่น ยังจ่ายปกติ, หยุดจ่าย 2 เดือน,
หยุดจ่าย 6 เดือน ฟ้องแล้ว, พิพากษาแล้ว ฯลฯ
ช่องที่ 6 วันที่ชำระครั้งสุดท้าย
ช่องนี้สำคัญที่สุด สำคัญมากเพราะมันหมายถึงอายุความ
(จะสอนนับเมื่อไปถึงหัวข้อนี้ในภายหลัง)
คุณต้องหาใบเสร็จรับเงินที่คุณจ่ายงวดสุดท้ายให้ได้หรือถ้าไม่เคยเก็บอะไรเอาไว้เลยจำเดือนกับปีให้ได้
หรือถ้าใครหยุดจ่ายมานานแล้วก็ลองไปเช็คข้อมูลเครดิตดูอาจช่วยอะไรไม่ได้มากนักเพราะเป็นข้อมูลที่
มาจากเจ้าหนี้สถาบันการเงินแต่อาจช่วยอ้างอิงให้คุณได้ถ้าใครบอกว่าไม่มีไม่ได้เก็บใบเสร็จไว้เลย
วันที่จ่ายครั้งสุดท้ายก็จำไม่ได้ด้วยทำอย่างไรดี...ทำใจค่ะ...ใครก็ช่วยคุณไม่ได้แล้ว...
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #210 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
ส่วนตารางหนี้ของทางฝั่ง Non-Bank นั้น
วิธีการทำก็เหมือนกันไม่มีอะไรแตกต่างตีตาราง 6 ช่องเหมือนกันทุกอย่างเหมือนกันหมด
เพียงแต่ในช่องที่ 2 ชนิดของหนี้จะมีหนี้เพิ่มเข้ามาอีก 2 ชนิด
คือ..ผ่อนสินค้ากับเช่าซื้อ


อย่างอื่นทำเหมือนกับตารางหนี้ของธนาคารทุกอย่าง
ถ้าใครมีหนี้กับบริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด
ขอให้ทราบไว้ว่าคุณต้องเอามายัดใส่ตารางหนี้ Non-Bank
เพราะบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (KTC)เป็นสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารนะคะ
สังเกตง่ายๆคือธนาคารจะมีคำว่าธนาคารอยู่ในชื่อเสมอ
ส่วนสถาบันการเงินใดที่ไม่มีคำว่าธนาคาร
มันคือนอน-แบงค์ทั้งหมดถึงแม้นอน-แบงค์บางเจ้า
จะมีชื่อเหมือนธนาคารก็ตาม เช่น KTC, กรุงศรีจีอีเป็นต้น
อีกเรื่องคือถ้าใครมีบัตรกดเงินสดเช่น ยูเมะพลัสของอีซี่บาย
สปีดี้แคชของธนาคารไทยพาณิชย์ฯลฯขอให้ทราบไว้ว่าต้องใส่ชนิดของหนี้พวกนี้เป็นสินเชื่อเงินสดไม่ใช่บัตรเครดิต
บัตรเครดิตนั้นใช้รูดซื้อสินค้าและกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม
ส่วนบัตรกดเงินสดจะกดเงินสดได้อย่างเดียวเท่านั้น
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #212 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
3. ศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาหนี้ให้เข้าใจแล้วก็เลือกใช้วิธีที่เหมาะกับตนเอง
วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินมี 3 วิธี
3.1firstway out
การจ่ายขั้นต่ำเพื่อรักษาบัญชีและเครดิต
3.2secondway out
การหยุดจ่ายทุกบัญชี เก็บเงินรอแฮร์คัตเจรจาชำระหนี้ครั้งเดียวเพื่อปิดบัญชีหนี้
3.3thirdway out
การรวมหนี้หลายที่ไว้ที่เดียวกัน แล้วชำระที่เดียว

(3.3เป็นวิธีที่ไม่อยากให้ใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆเพราะมันเป็นวิธีที่ทำให้หนี้กลายเป็นหนี้ก่อนใหญ่ซึ่งมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและใช้เวลาในการชำระหนี้นานขึ้น)
เวลาเลือกวิธีแก้ปัญหาหนี้อาจใช้หลายวิธีได้รวมกันก็ได้
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #213 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
.
วิธีที่ 1 FIRSTWAY OUT

การจ่ายขั้นต่ำ(อาจจะมากกว่าขั้นต่ำ)ตามปกติ
ถ้าคุณ มีหนี้2-3 บัญชี หนี้ไม่เยอะ
ก็อาจจะใช้วิธีจ่ายขั้นต่ำตามใบเรียกเก็บเงิน
หรือจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำสักเล็กน้อย
แล้วอย่าใช้บัตรนั้นไปรูดซื้อสินค้าหรือกดเงินสดออกมาใช้อีก
เอาบัตรออกจากกระเป๋าไปเลยไม่ต้องใช้มันอีก
วิธีนี้หนี้ก็หมดเช่นกันรักษาเครดิตได้ แต่ใช้เวลานานหน่อย
แต่ขอย้ำจ่ายแล้วห้ามกดออกมาใช้อีกเป็นเด็ดขาด
เพราะถ้าทำแบบนั้นหนี้ไม่หมดแน่นอน มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น

หากใครทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้วไม่ติดลบก็สามารถใช้วิธีนี้ได้

เช่น
เงินเดือน 8000
จ่ายค่าเช่าบ้าน 2500+ค่าอาหาร 2500+
ค่าใช้จ่ายจิปาถะ 1000+ค่าบัตรเครดิต 1500
รวมรายจ่ายทั้งหมด 7500
(8000-7500 เหลือเก็บออม 500)

*เหมาะจะใช้วิธีที่ 1 จ่ายขั้นต่ำไปตามปกติ
เงินพิเศษ/โอทีถ้ามีก็ฝากออมทรัพย์ไว้เผื่อฉุกเฉิน อย่าเอามาคิดรวมกับเงินเดือน
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #214 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
.
วิธีที่ 2 SECONDWAY OUT

การหยุดจ่ายทุกบัญชี เก็บเงินรอแฮร์คัตเจรจาชำระหนี้ครั้งเดียวเพื่อปิดบัญชีหนี้
เป็นการหยุดจ่ายชั่วคราว
ไม่ใช่ให้หยุดตลอดหรือหนีหนี้ไปเลย หากต้องการหนีหนี้ก็หนีไปเลยแล้วกัน 10 ปี
แต่ถ้าคุณเลือกใช้วิธีที่ถูกต้อง 3-5 ปีหนี้ก็หมดแล้ว
ลูกหนี้ต้องมีความรับผิดชอบในการชำระหนี้ที่ตัวเองก่อไว้ด้วย
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #215 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
การใช้วิธีนี้เป็นการหยุดจ่ายทุกบัญชี
(ยกเว้นรายการที่เป็นหนี้แบงก์ที่ใช้จ่ายเงินเดือนให้ กับ หนี้กองทุนก.ย.ศ)
เพื่อตั้งหลักให้ตนเองจัดสรรรายรับรายจ่ายให้บัญชีเงินเดือนไม่ติดลบเก็บเงินได้
และพร้อมเมื่อใดก็ติดต่อไปยังเจ้าหนี้เพื่อเจรจาเรื่องยอดหนี้ที่ต้องชำระ
วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีหนี้เยอะมากๆเรียกได้ว่าหมุนจ่ายจนหนี้ท่วมตัว
ยอดการจ่ายหนี้ในแต่ละเดือนเกินรายได้ที่มีหรือสูงเป็นเท่าตัวของรายได้ที่มีอยู่
เช่น
เงินเดือน 8000 จ่ายค่าเช่าบ้าน 2500 ค่าอาหาร 2500 ค่าจิปาถะ 1500
จ่ายบัตรเครดิต 1000 จ่ายสินเชื่อ 1500 ผ่อนรถ 8000
รวมค่าใช้จ่าย 17000 (8000-17000 ติดลบ 9000 บาทต่อเดือน)
ควรใช้ SECONDWAY OUT
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #216 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
.
ใครเลือกใช้วิธีที่ 2
ก็ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมรับกับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นดังนี้

1.หยุดจ่ายหนี้ต้องหยุดทุกรายการและหยุดตลอดอย่าหยุดบางแบงก์จ่ายบางแบงก์
(ยกเว้นรายการที่เป็นหนี้แบงก์ที่ใช้จ่ายเงินเดือนให้กับ หนี้กองทุน ก.ย.ศ)
และอย่าหยุดบ้างจ่ายบ้าง เพราะจะเก็บเงินก้อนไม่ได้ไม่มีประโยชน์เลย และนับอายุความไม่ได้ด้วย

2.ต้องบอกครอบครัวให้รู้จะได้ไม่ตกใจ รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร ผลจะเป็นอย่างไรและเป็นการระวังไม่ให้มีใครไปหลอกเอาเงินจากทางครอบครัวของลูกหนี้ได้ด้วย

3.ต้องบอกที่ทำงาน(หัวหน้างาน ฝ่ายบุคคล คนที่ทำงานเกี่ยวข้องประสานงาน เพื่อนคนที่อาจถูกรบกวนจากการตามทวงหนี้ที่ไม่มีมารยาท คนที่อ้างชื่อไว้ในสมัคร)ให้รับรู้ไว้ บอกให้รู้ว่าเราจะทำอะไรและจะเกิดอะไรบ้างระหว่างที่เราหยุดรอจ่ายปิดหนี้ที่ละบัญชีห้ามอาย/ไม่อยากให้คนรู้เรื่อง เพราะยังไงๆ ที่ทำงานต้องรู้เรื่องแน่ให้รู้จากเราไปเลยว่าเราจะทำอะไร อย่าให้เขารู้แต่ว่าเราถูกทวงหนี้ให้เขารู้ว่าเราจะจ่ายทีเดียวปิดบัญชีหนี้ไปเลย ไม่จ่ายทีละนิดแล้วหนี้ไม่หมดสักทีให้ที่ทำงานรู้ว่าเราจะทำอะไรและผลจะเป็นอย่างไรเลยดีกว่าแล้วก็ต้องรู้จักขอโทษและขอบคุณเพื่อนรวมงานตามความเหมาะสม

4.จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายใหม่เพื่อดูว่าเมื่อเราหยุดจ่ายหนี้ทุกอย่างแล้วเราเหลือเงินเท่าไหร่เก็บออมไว้ ห้ามใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ใช้จ่ายตลอดเดือน 10,000 เหลือ 5,000 ก็แยกเก็บไว้สัก สองบัญชี บัญชีจ่ายหนี้ 3,500 และบัญชีสำรองเผื่อฉุกเฉิน 1,500 อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นแต่ละคนจะเก็บได้มากได้น้อยแล้วภาระครอบครัวสำหรับบัญชีจ่ายหนี้พอเก็บได้เป็นเงินก้อนใหญ่ก็ลองเจรจาแฮร์คัทดูส่วนบัญชีสำรองเก็บไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินในครอบครัวพยายามหารายได้พิเศษเพิ่ม
5. หาความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้ต่างๆศึกษาให้เข้าใจจริงๆ นำไปใช้ให้ได้ และเมื่อรู้แล้วจะได้ไม่ต้องกลัวรูปแบบการทวงหนี้และการข่มขู่ต่างๆที่มีสารพัดรูปแบบ
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 5 ปี 2 เดือน ที่ผ่านมา #217 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
สิ่งที่ต้องเจอแน่ๆเมื่อเลือกใช้วิธีนี้คือการโดนทวงหนี้กับการเสียเครดิต

ถ้าโดนทวงหนี้ก็รับมือไปตามเหตุการณ์
จะใช้วิธีการนิ่งๆเฉยๆ หรือโต้กลับแบบแรงๆก็แล้วแต่
ขอให้ตั้งสติไว้ว่าเราจะจ่ายเมื่อเราพร้อม เราจะไม่จ่ายให้คนที่ด่าหรือประจานเราเด็ดขาด
สามารถศึกษาวิธีรับมือพวกทวงหนี้ได้จากกระทู้นี้

www.debtclub.consumerthai.org/odebt/index.php?option=com_fireboard&Itemid=10&func=view&catid=2&id=1917#837สักวาว่าด้วยการทวงหนี้ของหมูสมิง
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #218 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
ส่วนการเสียเครดิตก็ไม่ต้องไปสนใจมันมาก
ถึงคุณจ่ายขั้นต่ำตามปกติแต่ถ้าคุณมีหนี้หลายบัญชีก็เป็นการติดแบล็คลิสต์เหมือนกัน
คุณหยุดจ่ายวันนี้วันใดที่คุณชำระหนี้หมดแล้วเก็บเงินรอเวลาสักนิด
เมื่อข้อมูลหายไปจากเครดิตบูโรเมื่อใด
คุณก็ทำธุรกรรมกับแบงก์(ที่คุณไม่เคยไม่หนี้ค้างชำระ)ได้ตามเดิม
ถ้าวันนี้ยังไม่ดีไม่มีกินแล้วอนาคตมันจะดีได้ยังไง
คุณต้องทำวันนี้ให้ดีให้หมดหนี้ก่อนแล้วสิ่งดีๆในอนาคตมันจะมาเอง
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #219 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
เมื่อเลือกใช้วิธีนี้แล้วต้องพยายามเก็บเงินให้ได้มากที่สุดจะได้หมดหนี้เร็วๆ
หากหยุดแล้วยังเก็บเงินไม่ได้อีกแสดงว่าคุณยังมีรายจ่ายฟุ่มเฟือยต้องลดมันให้ได้
(ทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้วถึงจะเห็นรายจ่ายทีเกินความจำเป็น)

หากเลือกใช้วิธีนี้แล้วยังไม่ประหยัดเก็บออมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินอีก
คราวนี้ก็ไม่มีใครช่วยคุณได้

จำไว้หนี้ของคุณ คุณสร้างด้วยตัวของคุณเอง
ฉะนั้นคุณต้องปลดหนี้ด้วย “แรง” ด้วย “กำลังใจ” ของคุณเอง
เงินไม่ใช่ “พลูด่าง” จะให้มันงอกเอา งอกเอา เป็นไปไม่ได้
คุณเคยขาดวินัยในการใช้เงินมาแล้ว
คุณต้อง “สร้างวินัย” เพื่อหนทางที่หมดหนี้ด้วยตัวคุณเองอย่างแท้จริง

สามารถเลือกใช้วิธีนี้คู่กับ FIRSTWAY OUT ก็ได้
โดยชำระขั้นต่ำหนี้ที่มีกับแบงก์ที่ใช้จ่ายเงินเดือน และ หนี้ กองทุนกยศ.
ส่วนหนี้ที่เหลือก็ใช้วิธี SECONDWAY OUT
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #220 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
.
วิธีที่ 3 THIRDWAY OUT

วิธีการนี้คือการรวมหนี้หลายแห่งให้เป็นหนี้ที่เดียว
เช่นมีหนี้บัตรเครดิต 10 รายการ จ่ายไม่ไหว
ก็เอาที่ไปจำนองแล้วเอาเอาเงินที่ได้มาไปจ่ายหนี้เก่าที่มีอยู่ทั้งหมด
แล้วตั้งหน้าตั้งตาจ่ายหนี้ที่จำนองที่ไว้ที่เดียว

เป็นวิธีที่ไม่อยากให้ใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
เพราะมันเป็นแค่การย้ายเจ้าหนี้
และเสี่ยงกับการเสียทรัพย์สินที่มีอยู่มากๆ
ควรจะยึดหลักที่ว่า
อย่าหาหนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่า
ให้ใช้รายได้จริงๆของตนเองในการสะสางปัญหาหนี้สินจะดีกว่าหมดหนี้แน่นอน

วิธีการนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย(ซึ่งมากกว่าข้อดี)
ข้อดีคือคุณไม่เสียเครดิตไม่ต้องเครียดกับการทวงหนี้
แต่ข้อเสียคือคุณมีหนี้เพิ่มขึ้น
หนี้10 ที่ซึ่งมีดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมค่าปรับที่ลูกหนี้ควรได้ส่วนลด
รวมเป็นหนี้ที่เดียวแล้วคิดดอกเบี้ยอีกทีจ่ายนานมากกว่าจะหมดหนี้

การใช้วิธีนี้ให้ได้ผลดีที่สุดคือใช้ควบคู่กับ secondway out
คือหยุดจ่ายรอเจรจาขอลดยอดหนี้ก่อน
แล้วค่อยเอาเงินที่ได้มาจากการจำนองไปจ่ายหนี้
(จริงๆแล้วหยุดเก็บตังค์ได้เองโดยที่ไม่ต้องไปจำนองหนี้ด้วยซ้ำ)


การไปกู้เงินที่ใหม่หากได้เงินมาไม่พอจ่ายหนี้เก่าให้หมดภายในครั้งเดียวก็ไม่ควรทำ
เพราะจะกลายเป็นว่าหนี้เก่าไม่หมดแล้วยังมีหนี้ใหม่เพิ่มมาอีก 1 รายการ

การไปกู้เงินเป็นกลุ่มแล้วค้ำประกันให้กันก็ไม่ควรทำเพราะเท่ากับว่าเราต้องรับผิดชอบทั้งหนี้ในส่วนของเราและหนี้ของคนอื่นด้วย(เหมือนเอาเชือกมาผูกคอตัวเองไว้จะถูกรัดคอตายวันไหนก็ไม่รู้)

สิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุดคือได้เงินก้อนมาแล้วเอาไปจ่ายขั้นต่ำบัญชีหนี้เดิมทุกบัญชีเพื่อรักษาเครดิตการทำแบบนี้จะหมุนเงินได้ไม่นานนักแล้วก็จะกลายเป็นว่าหนี้เก่าไม่หมดแล้วยังมีหนี้ใหม่เพิ่มมาอีก 1 รายการแถมเป็นหนี้ก้อนใหญ่ด้วย
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา #221 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
.
วิธีแก้ปัญหาหนี้ โดยสรุปมีทั้งสิ้น 3 วิธี

1. Firstway out = การจ่ายขั้นต่ำ
2. Secondway out = การหยุดจ่าย
3. Thirdway out = การรวมหนี้

ทั้ง 3 วิธีนี้มีรายละเอียด, ข้อดีข้อเสียหลักในการปฏิบัติแตกต่างกันก่อนที่จะเลือกวิธีใด
ในการแก้ปัญหาให้ตัวเองนั้นขอให้อ่านรายละเอียดทุกอย่างให้ดีๆ พิจารณาข้อดีข้อเสียให้รอบด้าน
จดจำหลักการให้แม่นซึ่งทุกอย่างต้องพิจารณาจากพื้นฐานความจริงของตัวคุณเองไม่หลอกตัวเอง
เพราะมันหมายถึงชีวิตของคุณทั้งชีวิตหากเลือกผิดใช้วิธีผิดหรือไม่ยอมรับความจริง
มันจะทำให้คุณเสียเวลาไปโดยใช่เหตุและอาจทำให้ปัญหาที่ควรจะแก้ได้ง่ายหมดหนี้เร็ว
กลายเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากหนี้เพิ่มมากขึ้น
ฉะนั้นพิจารณาให้ดี เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียให้รอบคอบ
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #222 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
การแฮร์คัท Hair cut

ขยายความเรื่องการแฮร์คัต
การ hair cut สามารถทำได้ตลอดเวลาเมื่อลูกหนี้พร้อม
เมื่อมีเงินมากพอจะจ่ายหนี้
เราสามารถโทรไปเจรจาขอจ่ายหนี้แบบก้อนเดียวปิดบัญชีได้
เราไม่จำเป็นต้องบอกว่าเรามีเงินอยู่เท่าไหร่
แต่เราถามได้ว่าถ้าจะจะจ่ายทีเดียวเพื่อปิดบัญชีหนี้จะให้จ่ายเท่าไหร่
จะลดให้เท่าไหร่ พยายามต่อรองให้ลดได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หากไม่ยอมลดเลยก็ปล่อยไปจ่ายรายที่ลดให้สูงสุดก่อน
มีคำถามถามเสมอว่าจะขอแฮร์คัทได้มากที่สุดเท่าไหร่
อันนี้ก็ขอบอกว่าขึ้นอยู่กับการเจรจาของแต่ละคน ระยะเวลาในการหยุดและอายุความ ฯลฯ
ไม่มีกฎเกณฑ์ อะไรตายตัว ไม่มีมาตรฐาน
ว่าจะได้ลด 30% 20% 50% 40% มันขึ้นอยู่ที่มูลหนี้ อยู่ที่เทคนิคการพูด
อยู่ที่ความใจดีของแบงค์แต่ละแห่ง..ซึ่งไม่เท่ากัน

หากคุณคิดว่าคุณพอใจกับส่วนลดนั้นแล้วก็ตกลงไปเถอะ
อย่าไปเปรียบกับคนอื่นว่าได้มากหรือน้อยกว่าคุณเลย
แค่คุณจ่ายไม่เกินยอดหนี้ที่คุณจ่ายครั้งสุดท้ายก็พอแล้ว
เช่นตอนหยุดจ่ายหนี้ 10,000 บาท หยุดไป 1 ปี หนี้เพิ่มเป็น 15,000
คุณก็ตั้งต้นเจรจาขอส่วนลดจากยอด 10,000
พยายามขอส่วนลดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะต่อรองได้
และคุณจะต้องไม่จ่ายเกิน 10,000 บาท
ยอดแฮร์คัทที่ได้ มักจะคิดจากยอดปัจจุบัน

การเจรจาขอชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีหนี้ก็ทำได้ทุกระยะเมื่อคุณพร้อม/มีเงินพอ
(ส่วนใหญ่ต้องรอให้หนี้เน่าสัก 6 เดือนก่อนถึงจะเจรจาขอลดยอดหนี้ได้)
ระหว่างที่หยุดอาจถูกชวนทำประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ไม่ต้องไปทำเก็บเงินไว้กับตัวดีกว่า
รอเจรจาแล้วจ่ายครั้งเดียวหมดหนี้ดีกว่า

การ hair cut มีทั้งจ่ายครั้งเดียว หรือ จ่าย 2 งวด 3 งวด อยู่ที่การเจรจาทั้งหมด
ทุกอย่างอยู่ที่ความพอใจ ทั้ง 2 ฝ่าย
ก่อนจ่ายเงินปิดบัญชีต้องขอหนังสือยืนยันทุกครั้ง
โดยถ้ามาจากสำนักกฎหมายต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
หรือ แสดงว่าแบงค์เจ้าของบัตรรับทราบเงื่อนไขแล้ว
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
7 ปี 10 เดือน ที่ผ่านมา #223 โดย กรรมการชมรม
COM_KUNENA_MESSAGE_REPLIED_NEW
การเจรจาแฮร์คัต-การขอส่วนลด
ไม่จำเป็นต้องได้ส่วนลดเท่ากันทุกคนขึ้นอยู่กับว่าคุณต่อรองได้มากน้อยแค่ไหน
ถ้าคุณพอใจก็ตกลงไปเถอะจะได้หมดหนี้เป็นรายๆไป
แต่คุณไม่ควรจ่ายมากกว่ายอดหนี้ที่คุณเริ่มหยุดจ่ายเด็ดขาด
และระหว่างเจรจาไม่ต้องส่งเอกสารให้ฝ่ายเจ้าหนี้ ห้ามจ่ายเงินเข้าไปก่อนเด็ดขาด
รอจนได้เอกสารยืนยันว่าจ่ายเท่านี้ภายในวันที่เท่านี้แล้วเป็นอันว่าหมดภาระหนี้สิน
ตรวจสอบชื่อ หมายเลขบัตรหรือบัญชีว่าถูกต้องหรือไม่
มีลายเซ็นผู้รับมอบอำนาจครบถ้วน ค่อยจ่ายเงินเข้าบัญชีหนี้ของเราไปห้ามจ่ายเข้าบัญชีอื่นเด็ดขาด
การชำระเงินต้อง “จ่ายก่อนวัน หรือภายในกำหนดที่เจ้าหนี้ระบุไว้”
หากจ่ายเกินวันนัด เจ้าหนี้มีสิทธิ์ยกเลิกสัญญานั้นให้เป็น “โมฆะ” ได้ทันที



***และหากมีการบอกให้จ่ายก่อน 500 บ้าง 1000 บ้างแล้วจะดำเนินการให้
ก็อย่าได้ทำเป็นเด็ดขาดเพราะอาจเป็นหลอกให้จ่ายทั้งๆที่ไม่มีการลดหนี้ให้จริงๆ
รอไปจ่ายทีเดียวตอนได้รับเอกสารเลยดีกว่า

*** และตอนเจรจาไม่จำเป็นต้องแฟกซ์หรือส่งอะไรไปให้เจ้าหนี้ทั้งนั้น
ขอย้ำว่าที่สำคัญคือเมื่อเจรจาขอลดยอดหนี้ได้แล้ว
ลูกหนี้จะต้องได้เอกสารยืนยันการลดยอดหนี้จากสำนักงานกฎหมายที่เราคุยด้วยก่อน
ในเอกสารจะต้องมีข้อความบอกว่าเมื่อจ่ายแล้วเป็นว่าหมดหนี้
เมื่อได้รับเอกสารแล้วจะต้องมีการโทรสอบถามข้อมูลจากธนาคารก่อนว่าลดหนี้ให้จริง
จากนั้นค่อยจ่ายเงินไปและเมื่อจ่ายแล้วให้เก็บเอกสารการลดยอดหนี้ใบจ่ายเงินไว้
จนเราจะได้เอกสารยืนยันจากแบงก์ว่าหมดหนี้แล้วจริงๆ
กระทู้นี้โดนล็อคเรียบร้อยแล้ว!!
ผู้ดูแล: Badmankonsiam
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.713 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena