ขอคำแนะนำบัตรเครดิต 7 ใบคะ

  • sudarutm
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
3 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #110758 โดย sudarutm
สวัสดีคะ มีบัตรเครดิต
Umay ยอด 103000
Aeon. ยอด 100000
KTC. ยอด. 94000
กรุงศรี. ยอด. 10500
เรดดี้ ยอด. 18000
ซิตี้แบงค์ ยอด 40000
หยุดจ่ายบัตรทั้งหมด เป็นเวลา 5 รอบบิลแล้วคะ
KTC ไปขึ้นศาลมาเมื่อ 24/5/19 ชำระเดือนละ 2000 บาท 36 งวด ดอกเบี้ย10% ต่อปี

Umay โทรมาบอกเตือนครั้งสุดท้าย จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือจะไม่ดำเนินการอะไรเลย เลยตอบไปว่าไม่ทำคะ เพราะยังไม่มีเงิน เจ้าหน้าพูดข่มเหมือนจะฟ้องคะ

Aeon โทรมาวันนี้บอก 5 รอบบิลแล้วทางอิออนส่งเรื่องมา สอบถามที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

กรุงศรี เสนอส่วนลดเหลือ 6300 ผ่อนได้3 งวด

อยากขอคำแนะนำด้วยนะคะ ท่านใดที่มีบัตรเหมือนกัน มีประสบการณ์มาแชร์ให้ฟังหน่อยนะคะ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • sudarutm
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
3 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #110759 โดย sudarutm
มี FC อีก 1 ใบคะ ยอด 100000 บาท

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • kaweemai
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
3 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #110769 โดย kaweemai
คำแนะนำคือ หากทั้งหมดจ่ายไม่ไหว อย่าฝืน อย่าก่อหนี้เพิ่ม เก็บเงินใช้หนี้ คือทางออกเดียวไม่มีทางลัด อย่าใช้วิธีหมุนหนี้อื่นมาโป๊ะหนี้เก่า มันจะพอกเรื่อยๆจนไม่ไหว เริ่มเก็บเพือใช้หนี้วันนี้ดีที่สุด

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • sudarutm
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
3 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #110773 โดย sudarutm
ขอบคุณคะ พอดีหยุดจ่ายมา5 เดือนแล้วคะแต่พอดีอยากทราบว่าจะโดนอิออน กับยูเมะฟ้องไหมคะ
ตอนนี้พยายามเก็บเงินอยู่คะ

วันนี้อิออนโทรมาถามที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ส่วนยูเมะก็ขู่จะฟ้องนะคะ
เผื่อมีเพื่อนๆเจอเหตุการณ์แบบนี้อยากแชร์ความรู้จะได้เตรียมตัวถูกคะ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • Pheonix
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
3 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #110779 โดย Pheonix
เมื่อถึงทางตัน ก็ใช้กฎหมายแก้ปัญหา เพื่อความอยู่รอด กฎหมายช่วยอะไรบ้าง

1. เมื่อเราหยุำดชำระหนี้ เจ้าหน้าที่จะโทรมาทวง เมื่อโทรแล้วไม่ได้ผล เจ้า่หนี้จะให้สำนักงานกฎหมายมีหนังสือทวงหนี้ ฉบับที่ 1 ฉบับที่ 2 ทวงให้ชำระหนี้ ถ้ายังไม่ชำระหนี้อีก ฉบับที่ 3 เจ้าหนี้จะทวงถามเรียกให้ชำระหนี้ทั้งจำนวน อันเป็นการบอกเลิกสัญญาแล้ว เก็บเอกสารฉบับนี้ไว้ให้ดี ถึงเวลาจะได้นำไปยื่นคำให้การว่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ตามกฎหทมาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยในสัญญายืมไม่ชอบหรือไม่ เห็นว่า จำเลยผิดนัดค้างชำระหนี้ดังกล่าว จึงต้องรับผิดชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวแก่โจทก์ตามสัญญา แต่เห็นควรให้ชำระยอดหนี้ ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2553 ซี่งโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมด อันถือเป็นการบอกเลิกสัญญาต่อกัน ส่วนที่โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 28 ต่อปี หลังเลิกสัญญาเป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีและทางได้เสียของโจทก์ ประกอบกับภาวะดอกเบี้ยในตลาดการเงินปัจจุบันแล้วเป็นอัตราที่สูงเกินส่วน เห็นควรลดลงเป็นอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ้เป็นคำพิพากษาในคดีเรื่องหนึ่ง

ประเด็นต่อมา กฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้อายัดเงินเดือนลูกหนี้แล้ว ต้องเหลือให้ลูกหนี้ 20,000 บาท เพื่อให้ลูกหนี้อยู่รอดให้ได้ ถ้าอยู่ไม่รอด ไปขอลดหย่อนได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะลดส่วนเกิน 20,000 บาทให้อีก 50% ห้ามอายัดซ้ำ อายัดได้ทีละเจ้าเดียว แค่นี้ก็อยู่รอดแล้ว

มีทรัพย์สินเจ้าหนี้ยึดได้ แม้ติดจำนอง ต้องยึุดธรรมที่พระพุทธเจ้าสอน อนิจจัง ทุกขัง อนันตา ตัวเราก็ไม่มี ของเราก็ไม่มี แล้วจะไปยึุดติดอะไร ถูกยึุดบ้่าน ก็เช่าบ้านอยู่ได้ั

ต่อไปนี้จะถือตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 9 ท่านสอนสั่ง เศรษฐกิจพอเพียง.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • sudarutm
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
3 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #110780 โดย sudarutm

Pheonix เขียน: เมื่อถึงทางตัน ก็ใช้กฎหมายแก้ปัญหา เพื่อความอยู่รอด กฎหมายช่วยอะไรบ้าง

1. เมื่อเราหยุำดชำระหนี้ เจ้าหน้าที่จะโทรมาทวง เมื่อโทรแล้วไม่ได้ผล เจ้า่หนี้จะให้สำนักงานกฎหมายมีหนังสือทวงหนี้ ฉบับที่ 1 ฉบับที่ 2 ทวงให้ชำระหนี้ ถ้ายังไม่ชำระหนี้อีก ฉบับที่ 3 เจ้าหนี้จะทวงถามเรียกให้ชำระหนี้ทั้งจำนวน อันเป็นการบอกเลิกสัญญาแล้ว เก็บเอกสารฉบับนี้ไว้ให้ดี ถึงเวลาจะได้นำไปยื่นคำให้การว่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ตามกฎหทมาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยในสัญญายืมไม่ชอบหรือไม่ เห็นว่า จำเลยผิดนัดค้างชำระหนี้ดังกล่าว จึงต้องรับผิดชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวแก่โจทก์ตามสัญญา แต่เห็นควรให้ชำระยอดหนี้ ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2553 ซี่งโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมด อันถือเป็นการบอกเลิกสัญญาต่อกัน ส่วนที่โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 28 ต่อปี หลังเลิกสัญญาเป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีและทางได้เสียของโจทก์ ประกอบกับภาวะดอกเบี้ยในตลาดการเงินปัจจุบันแล้วเป็นอัตราที่สูงเกินส่วน เห็นควรลดลงเป็นอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ้เป็นคำพิพากษาในคดีเรื่องหนึ่ง

ประเด็นต่อมา กฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้อายัดเงินเดือนลูกหนี้แล้ว ต้องเหลือให้ลูกหนี้ 20,000 บาท เพื่อให้ลูกหนี้อยู่รอดให้ได้ ถ้าอยู่ไม่รอด ไปขอลดหย่อนได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะลดส่วนเกิน 20,000 บาทให้อีก 50% ห้ามอายัดซ้ำ อายัดได้ทีละเจ้าเดียว แค่นี้ก็อยู่รอดแล้ว

มีทรัพย์สินเจ้าหนี้ยึดได้ แม้ติดจำนอง ต้องยึุดธรรมที่พระพุทธเจ้าสอน อนิจจัง ทุกขัง อนันตา ตัวเราก็ไม่มี ของเราก็ไม่มี แล้วจะไปยึุดติดอะไร ถูกยึุดบ้่าน ก็เช่าบ้านอยู่ได้ั

ต่อไปนี้จะถือตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 9 ท่านสอนสั่ง เศรษฐกิจพอเพียง.



ขอบคุณมากเลยคะ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.337 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena

เข้าสู่ระบบ