เป็นหนี้เพราะความรัก.....ลูก(New version)

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา - 8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4192 โดย mom23
รอคอยน้องบัว...คนสวยงานยุ่ง..เหยิง...ให้ดึงข้อมูลเก่ามูลเหตุแห่งหนี้ของพี่mom23มาแบ่งปัน

รอแล้วรอเล่า..เฝ้าแต่รอ..จนอารมณ์เริ่มสุนทรีย์พอจะรวบรวมเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง

เริ่มต้นสายปลายเหตุแห่งหนี้แล้วกัน...ก็..เกรงใจพรรคพวกถ้าจะเริ่มเรื่องตั้งแต่เกิด..เดี๋ยวจะกลายเป็นมหากาพย์ไป

ชีวิตคนเรา..มีขึ้นมีลง เป็นสัจธรรมจริงๆ สมัยเฟื่องฟูตอนยังไม่มีครอบครัว เป็นคนเรียนเก่ง ประมาณว่าสอบเรียนต่อที่ไหนไม่มีพลาด

สนุกมากกับการเรียนพร้อมกันสองสถาบัน มีปริญญาติดตัว ๕ ใบ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศทั้งสิ้น(ยืนยันว่าชอบเรียนจริง)

แต่ขอไม่เอ่ยชื่อ เกรงใจสถาบัน เอาเป็นว่าตอนนั้นรู้สึก"ยืด" สุดๆ แล้วสาขาวิชาที่จบใบแรกนั้นเราไม่ต้องดิ้นรนหางานหรือสอบแข่งขันกับใคร

ได้บรรจุเลยแต่เงินเดือนจิ๊บๆเมื่อเทียบกับเนื้องานที่ต้องรับผิดชอบ และด้วยเหตุที่ไม่ต้องดิ้นรนนี้..ชีวิตเลยเรื่อยๆมาเรียงๆ

ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น และไม่เคยข้องแวะกับคำว่า"หนี้"

เปิดกระทู้ไว้ก่อน...วันหน้ามาต่อใหม่

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4201 โดย กรรมการชมรม

เป็นหนี้เพราะความรัก...ลูก ที่พี่ mom23 เคยโพสต์ไว้เมื่อ 24 ม.ค. 2009, 1:11น.


ขอเล่าเรื่องตัวเอง เรียกเรตติ้งดูบ้าง
เริ่มต้นสายปลายเหตุแห่งหนี้แล้วกัน เกรงใจคนอ่านถ้าจะเล่าเรื่องตั้งแต่เกิด ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง เป็นสัจธรรมจริงๆ สมัยเฟื่องฟูตอนยังไม่มีครอบครัว เป็นคนเรียนเก่ง ประมาณว่าสอบเรียนต่อที่ไหน ไม่เคยพลาด สนุกมากกับการเรียนพร้อมกัน ๒ สถาบัน มีปริญญาติดตัว ๕ ใบ (ยืนยันว่าชอบเรียนจริงๆ) ไม่บอกนะว่าจบที่ไหนมาบ้าง เกรงใจสถาบัน เอาเป็นว่ารู้สึกยืดมากๆในตอนนั้น แล้วก็วิชาที่จบมาเราไม่ต้องดิ้นรนหางาน ได้บรรจุเลยแต่เงินเดือนไม่มากนะตอนเริ่มต้น ด้วยเหตุที่ไม่ต้องต่อสู้แข่งขันหางานกับใครเขา ชีวิตก็เลยเรื่อยๆมาเรียงๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น และไม่เคยข้องแวะกับคำว่า "หนี้"
ตัดตอนมาเข้าเรื่องตัดสินใจมีครอบครัวดีกว่า ด้วยเหตุที่มัวแต่เรียนๆๆๆ เลยเกือบลืมไปว่าต้องแต่งงาน สมัยสาวๆไม่สวยมากหรอกนะ แค่พอไปวัดได้ไม่ต้องบังเสา โชคดีที่ยังพอมีคนดีเหลืออยู่ และถึงจะแต่งงานช้าแต่ก็โชคดีครั้งที่ ๒ ท้องเป็นแฮะ ได้ลูกสาวน่ารักมา ๑ คน มีปัญญาท้องได้แค่คนเดียวแหละ
ลูกสาวคนนี้ คือแก้วตาดวงใจ วันแรกที่รู้ว่าตัวเองท้องนะดีใจสุดๆ ช่วงที่ท้องเป็นเวลาที่เราทำงานหนักทั้งสอนนักศึกษา ทั้งเรียนต่อปริญญาโท ใกล้คลอดแล้วยังนั่งทำวิทยานิพนธ์ส่งอาจารย์อยู่เลย เขาเป็นกำลังใจให้เราสู้งานหนักตั้งแต่อยู่ในท้อง ไม่เคยท้อไม่เคยถอย มีแต่เดินหน้า ตอนนี้ยังนะ...ยังไม่เป็นหนี้
พักเล่าไว้ก่อน....ดึกแล้ว....ชักมึน...ไว้มาเล่าต่อค่ะ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4202 โดย กรรมการชมรม
มาเล่าต่อแล้ว....ตามคำเรียกร้อง

ตอน ๒.... เลี้ยงลูกแบบบุฟเฟ่

อย่าตกใจนะว่าไม่เหลียวแล ให้ลูกหาอะไรๆเอง เราหมายถึงไม่ประคบประหงมเท่าไหร่นักเพราะมีแนวคิดว่าแม้เขาจะเป็นหญิงและเป็นลูกโทน การสอนให้เขาอยู่ได้ด้วยตัวของเขาเองโดยมีเราเป็นพี่เลี้ยง เป็นเพื่อนคอยชี้แนะลู่ทางที่เหมาะสมน่าจะดีที่สุดกับสภาวะสังคมปัจจุบัน

การเลี้ยงแบบนี้...โดนอัดจากญาติ-ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายสามี เราก็เข้าใจผู้ใหญ่นะว่าเขาหวังดีแล้วตัวเราเองลูกโทนเหมือนกันถูกเลี้ยงต่างกันลิบลับกับการเลี้ยงลูกในแบบของเรา เราได้รับการประงบประหงมสุดๆเรียกว่า"มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม" แอบหวังลึกๆว่า อยากทำอะไรโลดโผน...ไม่ซ้ำซากจำเจบ้าง ก็ไม่ได้รับการอนุญาตฺให้ทำ วิเคราะห์แล้วท่าจะไม่ดีแน่ถ้าเลี้ยงลูกแบบที่เราถูกเลี้ยงมา(เราไม่ได้ตำหนิติติงใครนะ....และเคารพการตัดสินใจของผู้มีพระคุณที่ผ่านมาเสมอ)

ด้วยแนวคิดเช่นนี้นะ....ต้องขอบพระคุณพ่อของลูก อย่างที่บอกว่าโชคดีแต่งงานช้าได้เจอคนดี เหมือนถูกลอตเตอรีรางวัลที่ ๑ เลย เขาเป็นผู้ใหญ่อายุมากกว่าเราหลายปีเขาช่วยแบ่งเบาภาระเราได้ทุกอย่าง ทั้งๆที่เราควรอาบน้ำ(ตอนลูกยังแบเบาะ)แต่งตัว ป้อนข้าวให้ลูกและแม้กระทั่งการลุกมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกตอนดึกๆ เขากล่อมลูกเก่งมากๆ เราเองแม้ว่าจะเป็นคนสอนการปฏิบัติอย่างที่กล่าวมานี้ให้นักศึกษาหลายต่อหลายคน ก็เก่งแต่การสอนดูแลลูกคนอื่นพอเป็นลูกตัวเองไม่ค่อยกล้าทำเอง กลัวพลาด คือไม่ค่อยมั่นใจไงและดูแล้วเขาทำได้ดีกว่าเรา เล็กๆลูกสาวเลยติดพ่อเพราะเขาดูแลผูกพันกันมาก

แต่แปลกนะพอลูกโต พ่อกับลูกชักจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็คงเพราะลูกวัยรุ่นมีความคิดเป็นตัวของตัวเองสูง(น่าจะมาจากแนวคิดการเลี้ยงดูแบบของเรา) และพ่อคนรุ่นก่อนมีช่องว่างทางความคิดเยอะ เราเลยมีหน้าที่คอยอย่าศึกเพิ่มมาอีกเรื่องหนึ่ง แต่มันก็...ผ่านไปแล้วด้วยดี

ที่ว่าบุฟเฟ่ ต่ออีกนิด.....ว่าด้วยเรื่องการเรียนของเขา......เผื่อว่าอาจเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน และขออย่าเข้าใจว่าโอ้อวด มิได้มีเจตนาเช่นนี้เลย....

อย่างที่เล่านะ...เราทำตัวเป็นเพื่อน..เป็นพี่เลี้ยงชี้แนะและที่ดีสุดคือเราช่างสังเกต ทำให้เราเปิดแนวทางการศึกษาให้เขาได้อย่างเหมาะสม ให้เขาในเวลาที่เขาพร้อมรับ...ยกตัวอย่างนะ...สมัยเขาเรียนอนุบาล ตำราหลายเล่มบอกลูกมักงอแงเวลาแม่หรือพ่อพาลูกไปส่งเข้าโรงเรียนและไม่อยากให้พ่อแม่จากเขาไป..แต่ลูกเราไม่ใช่เขาชอบใจมากที่จะได้เรียน ขอเข้าเรียนเอง บอกแม่ว่าส่งลูกแล้วแม่กลับได้เลย...ลูกอยู่เองได้และไม่เคยงอแงให้หนักใจ
มีช่วงหนึ่งของชีวิตเขานะ เนื่องจากเรา๒สามี-ภรรยาบ้างาน กลับบ้านมืดค่ำเสมอๆเลยต้องฝากลูกกับน้าสาวเขาแล้วเกิดอุบัติเหตุกับลูกสาวเขาหกล้มคางแตกถึงเลือดตกยางออก ค่อนข้างมากต้องพาไปเย็บแผลเขาไม่กลัวและไม่ร้องไห้เลย น้าเขาเสียอีกร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงว่าเขาเข้มแข็ง
แถมยังเล่าให้แม่-พ่อฟังเป็นเรื่องวีรกรรมของตัวเองเสียอีก...ห้าวไหมล่ะ...ตอนนั้นอายุเขาประมาณ ๗-๘ขวบ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4203 โดย กรรมการชมรม
ต่อเรื่องเรียนของลูกอีกนิด......เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นที่จะเข้าไปสู่การรู้จักคำว่า"หนี้"
พอลูกเริ่มเข้าเรียนชั้นประถมฯโรงเรียนดังนะ....เขาได้เชื้อเรียนเก่งแม่มา...ได้ประกาศเกียรติคุณเรียนได้เกรด ๔ ทุกชั้นปีและที่โชคดี(อีกแล้ว) เขาเริ่มสนใจวิชาภาษาอังกฤษมากๆ(ลูกจะเรียนเก่งตามความชอบครูผู้สอน) เราเลยสนองแบบทันเวลาหาครูสอนภาษาชาวต่างชาติทันที ตอนนั้นเขาอยู่แค่ป.๓เองนะ ครูชาวอังกฤษคนนี้คือผู้จุดประกายเริ่มต้น เขาสอนแบบธรรมชาติมากๆไม่เน้นแกรมม่าแต่เน้นการเข้าถึงภาษา ให้กล้าที่จะไม่เดินหนีชาวต่างชาติและสามารถพูด-อ่าน-ฟังแบบชัดเจน ลูกสาวเขาสมบูรณ์แบบในการรับวิธีสอนแบบนี้จริงๆและมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าแม้จะใช้เวลาเรียนเพิ่มเติมแค่อาทิตย์ละชั่วโมงเท่านั้น(ตอนแรกไม่แน่ใจว่าครูที่สอนเขาชื่นชมลูกเราอย่างนี้จริงหรือเปล่าหรือเขากลัวไม่ได้สตังค์ค่าสอนจากเรา...แอบคิดลบเล็กน้อย) แต่เราเห็นประจักษ์เอง...เลยได้ข้อสรุปว่า...ถ้าเราให้เขาในช่วงจังหวะที่เหมาะสม...ย่อมเกิดประโยชน์สูงสุด หลังจากนั้นเราต่อยอดความสนใจของลูกต่อเนื่อง พยายามหาสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดทางภาษานี้ให้เขาเสมอเรื่องนี้เราไม่ได้ใช้การบังคับหรือพาเขาไปเรียนพิเศษในช่วงปิดภาคเลยนะ ช่วงว่างจากการปิดภาคเรียนเราให้โอกาสเขาฝึกความแข็งแกร่งด้วยทักษะทางกีฬาที่เขามีอยู่ และเขาก็เล่นกีฬาได้ดีแทบจะทุกประเภทแต่เขาเลือกเอาดีในกีฬาบาสฯมีโอกาสติดทีมเยาวชนเขตของกทม.ด้วย

จาก ๒ กรณีที่เล่าคือทักษะทางภาษาอังกฤษผนวกกับความเก่งในกีฬาที่เขาเลือก เลยเป็นการเปิดสิ่งดีๆให้กับชีวิตเขา มีฝรั่งใจดีมีเมตตาเปิดโอกาสให้ทุนเด็กที่มีทักษะ ๒ อย่างนี้มาโชว์ความสามารถและมีเงื่อนไขต้องสอบผ่านข้อเขียนเป็นภาษาอังกฤษของโรงเรียนนานาชาติที่เขาจะให้ทุน เขาคัดเลือกเด็กที่มีทักษะกีฬาไว้ ๖-๗ คน ลูกเราโชคดีกว่าเพื่อนผ่านการคัดเลือกทั้ง ๒ รูปแบบเพียงคนเดียว ได้เข้าไปเรียนรร.นานาชาติดังในกทม.แบบไม่ต้องเสียเงินสักบาท......ดูเหมือนที่เล่ามามีแต่เรื่องดีทั้งนั้น...แล้วเป็นหนี้ได้ไง...หว่า
เดี๋ยว...มาเล่าต่อนะขอทำธุระก่อน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4204 โดย กรรมการชมรม

ตอนที่ ๓....มรสุมชีวิต...เริ่มใกล้ชิดคำว่า"หนี้"


ก่อนที่ลูกจะเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ เขาติดเพื่อนๆไม่อยากเปลี่ยนสังคมใหม่ แม้จะไม่ค่อยแฮปปี้กับรร.มัธยมที่เรียนเก่าของเขาสักเท่าไหร่(คนละรร.กับชั้นประถมแต่ก็เป็นรร.ดังที่ผู้ปกครองหลายท่านอยากให้ลูกได้เข้าเรียน) แต่จากการพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลจึงเทน้ำหนักมาที่รร.นานาชาติ และอีกประการหนึ่งถ้าหากลูกไม่พร้อมเรื่องภาษาและการใช้ชีวิตเราก็คงไม่จับเข่าคุยกัน

ชีวิตในช่วงเรียนรร.นานาชาติ เขาได้อะไรมากมายกับชีวิต เพราะเขาต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวและเป็นคนต่างชาติต่างภาษา อยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่เขาโชคดีที่ปรับตัวได้และดูเหมือนจะดีเกินไปด้วยซ้ำ ในช่วงนี้ลูกต้องไปอยู่กับผู้ให้ทุนเพื่อไม่ต้องเหนื่อยในการเดินทางไปเรียนและสามารถจัดเวลาให้กับการเรียนได้เต็มที่

ช่วงนี้จึงทำให้เราค่อนข้างห่างกับลูกและชักจะไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่ แล้วเราก็ต้องทำงานหนักเพราะทำงานระดับผู้บริหาร และมาแล้ว....เงินพลาสติกใบแรก จริงๆเรากลัวมันนะและไม่อยากมีไว้ใช้เลยแต่ทนออดอ้อนของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว และคิดเอาเองนะว่าน่าจะถึงเวลาจำเป็นต้องใช้แล้วเลยหลวมตัวเปิดบัตรพอมีใบแรกใบที่ ๒-๓และ....ก็ตามมา

ช่วงแรกๆมีวินัยในการใช้จ่ายมากเลยจะใช้ก็เฉพาะการศึกษาของลูกและของตัวเองเท่านั้น(ยังไงแม้ลูกจะได้ทุนแต่เรื่องหนังสือเราต้องรับภาระบางส่วนและหนังสือเรียนของรร.นานาชาติไม่ถูกแน่นอน) ใช้เท่าไหร่คืนเท่านั้นไม่จ่ายขั้นต่ำเลย

ขึ้นหัวเรื่องว่ามีมรสุมชีวิต....มันเป็นยังไงกันล่ะ......คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้
การที่ลูกอยู่ในสังคมรร.นานาชาติ ทำให้เขาหวงแหน"ความมีอิสรภาพ"มากๆจนถึงขนาดไม่อยากเล่า ไม่อยากคุยความเป็นไปในชีวิตของเขาในรั้วรร.และในบ้านผู้มีพระคุณ จนวันหนึ่งเขามาบอก (แจ้งเพื่อทราบไม่ใช่ปรึกษา)ว่าเขาจะได้ทุนไปเรียนที่อเมริกานะ ถ้าการไปโชว์ทักษะทางกีฬาของเขาเข้าตากรรมการที่นั่นแต่ตอนไปโชว์ต้องหาเงินไปเองเป็นแสนๆ(ค่ากินอยู่ ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน) เราสดุ้งเลย ทำไงดี แต่ทุกข์ไม่นาน ยังไม่ใช้บัตรเครดิตรูดปรี้ดนะ ลูกเขาบอกจะหาเงินเองเพราะที่รร.นานาชาติเขาสนับสนุนเด็กที่มีความตั้งใจ เขาทำสารพัด ทั้งหาของถูกมาสร้างมูลค่าเพิ่มขายในวิลล่า ทำคุกกี้ขาย รับจูงสุนัขในหมู่บ้านชาวต่างชาติที่เขาพักและอื่นๆที่ทำเงินได้ แล้วที่สุดก็สำเร็จมีเงินเก็บจากการดำเนินงานอย่างนี้ เป็นแสนบาทและโชคดีของเขาอีกนะค่าเครื่องบินที่แม่ต้องรับภาระจ่ายตามที่ตกลงกันไว้ เขาก็ได้รางวัลในการซื้อสินค้าในฐานะสมาชิกที่แม่เปิดบัตรไว้ให้เขา ตั้ง๕หมื่นบาทแน่ะ

อ้าวๆแล้วมันจะไปเกิดหนี้ได้ยังไงล่ะ ใกล้ล่ะ....
การได้โอกาสครั้งนี้ของเขานี่แหละ เป็นจุดเริ่มต้นอะไรๆที่จะป็นจุดวิกฤติในชีวิตเลยแหละ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4205 โดย กรรมการชมรม
จัดให้...ตามเสียงเรียกร้อง กั๊กไว้นานเดี๋ยวพวกเรากริ้ว...จะเป็นบาป

ตอนที่ ๔...สิ่งดีๆ...ในชีวิต..ท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้น

จบตอนที่ ๓ ไว้ว่าลูกสาวเขากำลังจะได้รับโอกาสที่ดีในชีวิต เพราะจะได้เหินฟ้าไปโชว์ผลงานแถมยังบอกเราด้วยว่าถ้าเขาได้รับเลือก การเดินทางครั้งนี้ run ยาวเลย อย่างน้อยๆก็ ๔ ปี โอ้โห...เราจำความรู้สึกตอนนั้นได้เลยว่า...มันหวิวๆยังไงพิกล ทั้งๆที่เราเองก็เลี้ยงแบบบุฟเฟ่อย่างที่บอกและก็ช่วงหลังๆไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันนอกจากนี้ยังเกิดความไม่ค่อยเข้าใจกันอีก แล้วทำไมยังเกิดอาลัยอาวรณ์มากกว่าปกติ ก็นะ...เขาเป็นลูกโทนของเรานี่ และเขาก็น่ารัก..ใสๆ...สวยหล่อ..ผิดพ่อ..ผิดแม่เลยแหละ(เขียนไม่ผิดนะ"สวยหล่อ"เขาไม่ค่อยนุ่มนิ่ม...ลืมบอกไป...มหัศจรรย์นะสำหรับเราเพราะ..ตอนคลอดเขาออกมา สวยหวานเป็นหญิง เลี้ยงไปเลี้ยงมากลายเป็นสวยหล่อไปได้ มีหญิงมาติดตรึม นักกีฬาก็ยังงี้แหละ)

ทีนี้พอเขาเดินทางไปจริงๆ แม้เราจะเข้มแข็งแค่ไหนก็อดห่วงอดกังวลกับอนาคตเขาไม่ได้ เนื่องจากที่เขาไปไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่าต้องได้รับเลือก ที่สำคัญนะ..หากพลาดโอกาสก็เคว้งคว้าง เพราะเราต้องลาออกจากโรงเรียนนานาชาติที่เรียนอยู่จบเกรด ๑๐ แล้วล่ะ และที่กังวลที่กลัว..ก็เป็นจริง โค๊ชที่อเมริกาเขาไม่เลือกเรา
ลูกเราเขายอมรับในการตัดสินครั้งนี้แต่ไม่ยอมแพ้นะ ช่วงนี้ยังไม่ใช่วิกฤติที่น่ากลัว

แล้ว...วิกฤติมันคืออะไรล่ะ

เรื่องมีอยู่ว่า...เมื่อเขาเดินทางกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ lifestyle เปลี่ยนไป ตอนนั้นอายุเขาประมาณ๑๕-๑๖ปี ชอบแต่งตัวแบบเซอร์ๆ กางเกงตัวใหญ่ๆขอบเอวกางเกงเกือบหลุดก้นและสวมหมวกแก๊ปแบบเท่ห์ๆทั้งอยู่ที่บ้านและนอกบ้าน(ตอนนี้เขายังอยู่กับฝรั่งที่ให้ทุนซึ่งรักและเอ็นดูเขามาก เหมือนเป็นลูกคนหนึ่งของเขาเลยก็ว่าได้ แถมยังสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเรื่องดีๆทั้งนั้นให้เขา เรื่องหนึ่งที่ชัดเจนก็คือคำแนะนำในการหาเงินทุนไปอเมริกาครั้งนี้)

การที่เขาพลาดโอกาสทุนที่อเมริกา(ขอเรียกว่าครั้งที่ ๑) ฝรั่งที่สนับสนุนทุนให้ลูกสาวเรียนรร.นานาชาติเขาก็ไม่ทอดทิ้งนะ เขาพยายามหาที่เรียนดีๆที่อเมริกาให้ จนกระทั่ง...โอเค มีรร.ระดับไฮสคูลตอบรับให้เข้าเรียนเกรด ๑๑ และฝรั่งท่านนี้ก็ยินดีจ่ายค่าเรียนให้อีก แต่ค่าที่พักเราต้องรับผิดชอบเอง จริงๆเราก็ไม่ได้มีเงินมากมายแต่มั่นใจว่าต้องหาให้เขาได้

คราวนี้...เพื่อนรู้ไหมอะไรเกิดขึ้น...โชคชะตาเล่นตลก...กำลังยินดีปรีดาปราโมทย์อยู่ดีๆและลูกเราก็มีความสุขมากๆเลย ฮัมเพลงฝรั่งทั้งวัน(ช่วงนี้กลับมาเตรียมตัวเดินทางอยู่ที่บ้านเรา) ความเศร้ามาเยือนแบบ.....ไม่ทันตั้งตัว ฝรั่งที่เขาให้ทุนเราประกาศิตเปรี้ยงมาในเวลาก่อนเดินทางเพียง ๑ สัปดาห์เลยว่ายกเลิก และที่ลูกเสียใจมากๆแบบร้องไห้จนช็อคไปเลยก็คือเขาพูดรุนแรงมากซึ่งลูกไม่เคยเจอเลยตั้งแต่อยู่กับฝรั่งท่านนี้(เขาสุภาพมากๆ)เรียกว่าลูกเสียขวัญแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเขา

วันที่ลูกร้องไห้อย่างมากมาย...๑ ชั่วโมง..กว่าเขาจะตั้งสติได้และโทรหาแม่...เราตกใจมากเพราะเสียงที่เขาส่งมาตามสายมันสื่อถึงความเจ็บปวด..ชอกช้ำ แม่อย่างเรารีบแจ้นกลับบ้านเลย...งานการทำไม่ได้แล้ว...ณ วินาทีนั้น...เขาต้องการเรา...และเราก็ต้องเข้มแข็ง ร้องไห้ไปกับเขาไม่ได้ ต้องตั้งสติ...อะไรเกิดขึ้น...ทำไม..ทำไม..เป็นคำถามที่วนเวียนในความคิดของเราระหว่างนั่งรถกลับบ้านไปหาเขา

ในวิกฤติชีวิตครั้งนี้แหละ...เรากลับได้สิ่งดีๆกลับมา...ลูกสัมผัสได้ถึงความรักที่แท้จริงของแม่และพ่อ...เราปลอบขวัญเขาด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่น ปล่อยให้เขาทลายทำนบน้ำตาให้เต็มที่ เมื่อเขาตั้งสติได้...เขาเข้มแข็งมากและพร่ำบอกแม่ว่าเขาโชคดีที่มีเราเป็นแม่และเข้าใจเขา เขารักแม่ที่สุดในโลกเลย...แล้วสองคนเราแม่-ลูกก็ยิ้มทั้งน้ำตาและด้วยความเข้าใจกันและกัน(ตอนนี้เรากลั้นไม่ไหวแล้ว) เราได้ลูกกลับมาแล้ว

พักตอนไว้ก่อนนะ...จะกลับมาเฉลยว่า"ทำไมชีวิตถึงเป็นอย่างนี้"

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4206 โดย กรรมการชมรม
ต่อ...ตอน ๔...เฉลย...ทำไมชีวิตถึงเป็นอย่างนี้

คงจำกันได้ที่เราบอกว่า...โชคชะตาเล่นตลก...ลูกสาวเราต้องผิดหวังเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งนี้..ดูจะโหดร้ายกับชีวิตมากๆเลย ขนาดตั้งสติกันแล้วก็ยัง..งงๆๆๆเพราะ

๑. อะไรนะที่ทำให้เขางดทุน เราคงโกรธเขาไม่ได้และไม่ควรโกรธด้วย นี่เป็นสิทธิ์ของเขาเพียงแต่..เราอยากรู้สาเหตุ เพื่อเราจะได้แก้ไข ล้มแล้วจะได้ลุกขึ้นใหม่อย่างสง่างาม
๒. จะทำอย่างไรกับอนาคตของลูกดีนะ เนื่องจากช่วงที่ถูกงดทุนนั้นเป็นช่วงปลายภาคเรียนที่ ๑ของโรงเรียนต่างๆในระบบการศึกษาไทย จะกลับไปต่อโรงเรียนนานาชาติเดิมก็คงยาก

ทำไงดีล่ะ...ทำไม..ชีวิตถึงต้องได้พร้อมเสียด้วยนะ

มึนๆกันอยู่หลายวัน..หลายสัปดาห์ คำตอบที่อยากรู้ในข้อ ๑ ก็ได้รับการเฉลย ฝรั่งท่านนี้เขาให้เกียรติกับครอบครัวเรามาก เชิญให้พวกเราไปรับทราบเหตุผลและในช่วงที่เรางงๆนั้น เขาเอง ก็กระทบกระเทือนใจที่ตัดสินใจงดทุนจนตัวเองต้องเข้าโรงพยาบาล ดีที่ของลูกเราแค่ซึมๆไม่สดใสเท่านั้น ต้องชมลูกน่ะ..เขาเข้มแข็งและแข็งแกร่งมาก ร้องไห้หนักๆเพียงครั้งเดียวหลังจากนั้นตัดใจได้ไม่ร้องไห้ด้วยสาเหตุนี้อีกเลย

สิ่งที่เขาพยายามสื่อให้เราเข้าใจก็...คือ...เขาเห็นความไม่ mature (ขออภัยต้องใช้ภาษาอังกฤษ..เกรงว่าใช้ภาษาไทยจะไม่ครอบคลุม) ในพฤติกรรมของลูกที่เขาเฝ้าสังเกตมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่อยู่กับเขา ซึ่งเขาพยายามมองข้ามและคิดว่าจะดีขึ้นแต่มาได้บทสรุปที่เขายอมรับไม่ได้ในช่วงที่ลูกต้องเตรียมตัว เตรียมเครื่องแต่งกายที่ต้องเรียบร้อยสุดๆ ต้องสวมกระโปรงยาวคลุมเข่า เสื้อทีเชิร์ตที่เรียบร้อยสีไม่ฉูดฉาด...และอื่นๆอีกมากมายรวมทั้งต้องปรับตัวเอง ดูแลตัวเองมากกว่าปกติ...แต่ลูกดื้อกับสิ่งที่เขาแนะนำและยังชอบแต่งตัวอย่างที่เล่าให้ฟังแล้ว ถ้าเรื่องนี้ลูกแก้ไขตัวเองไม่ได้ เกิดมีเรื่องใหญ่ๆในเวลาที่เขาต้องดูแลตัวเองคนเดียวที่อเมริกาแล้วตัดสินใจผิดพลาดไป พวกเรา..ทั้งครอบครัวเขาและครอบครัวเรา..คงต้องเสียใจใหญ่หลวงแน่

และ...ที่ซาบซึ้งกับแนวคิดของเขามากๆก็คือ..เขาบอกเราว่า..ที่ให้ทุนมาตั้งแต่แรกนั้น(เป็นการให้เปล่านะ ไม่มีสัญญาผูกมัดต้องชดใช้ใดๆทั้งสิ้น) เขาขอเพียงว่าทำให้เขามีโอกาสสนับสนุนเด็กดีๆคนหนึ่งให้กลับมาสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและช่วยเหลือสังคมต่อไปเท่านั้น

ตอนนั้น...หลังจากรู้และเข้าใจพร้อมยอมรับเหตุผลของเขาแล้ว...เรารู้สึกเลยว่า...ชีวิตเราและครอบครัวเราช่างโชคดีเหลือเกินที่มีโอกาสรู้จักครอบครัวดีๆเช่นนี้ เป็นสิ่งดีๆที่ยิ่งใหญ่มากกับชีวิตครอบครัวเรา

หลังจากรู้คำตอบข้อ ๑ แล้วเรายังได้รับการเปิดหนทางให้กับอนาคตของลูกสำหรับคำตอบข้อ ๒ ด้วย สิ่งที่เขาแสดงออกคือเขาไม่ทอดทิ้งเราแต่กลับใส่ใจและช่วยประสานที่เรียนใหม่ให้เป็นรร.ในระบบการศึกษาไทยที่เขาส่งเสริมนักกีฬาบาสฯ ลูกเรามีความสามารถด้านนี้อยู่และพร้อมสู้ด้วยการพัฒนาทักษะบาสฯเอาไปแข่งขันขอรับทุนในอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง พวกเราตกลงหลังจากกลับไปคิดอยู่หลายวัน

แต่แล้ว.....ชีวิตมันไม่สวยหรูอย่างที่คิด...พอเดากันออกไหมคะ...เด็กเคยเรียนในระบบที่ให้อิสระในการคิดการใช้ชีวิต ต้องมาอยู่ในอีกระบบ ซึ่ง..ลูกเราเขาพยายามต้องเรียกว่ามากๆๆๆถึงมากที่สุดกับการใช้ชีวิตให้กลมกลืนกับการเรียนการสอนของโรงเรียนใหม่นี้และที่แย่ที่สุดกับชีวิตเขาก็คือการถูกบ่นว่าแบบไร้เหตุผลและใช้อารมณ์ของครูหลายๆท่าน(เช่นเขาเสนอความคิดเห็นในชั่วโมงเรียน โต้ตอบครูสอนภาษาอังกฤษด้วยความสามารถที่เขาสั่งสมมาจากรร.เดิมแต่ถูกสั่งให้หยุดพูด เป็นต้น)นอกจากนี้เพื่อนหลายๆคนยังออกอาการหมั่นไส้ไม่อยากคบหาสมาคม....เฮ้อ...ชักรู้สึกลูกอยู่ผิดที่ผิดทางแล้วหล่ะ...เขาไม่ค่อยเล่าให้ฟังหรอกนะเกรงว่าแม่จะทุกข์ใจ แต่เราคอยสังเกต เป็นเพื่อน ปลอบใจให้อดทนเข้าใจเพื่อนเข้าใจครู

ในที่สุด....ไม่ไหวแล้ว...แต่ก็ยังอดทนจนจบ ม. ๔ นะ ที่ประหลาดมาก เรียนแบบต้องเรียกว่าขอไปทีไม่ได้ทุ่มเท แต่เขากลับสอบได้ที่ ๑ ของชั้นเรียนด้วย

จบตอนไว้แค่นี้ก่อน....แล้วจะมาเล่าเรื่องสนุกๆให้อ่านต่อ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4207 โดย กรรมการชมรม
ก่อนอื่น...ขอแก้ไขตัวเลขที่พิมพ์ผิด ท้ายตอนที่แล้ว จากจบ ม. ๔ เป็นจบ ม. ๕นะคะ แล้วขอเริ่มตอนต่อตอน

ตอนที่ ๕...เปิดประตูสู่การเป็น " หนี้ "

เล่าเรื่องเสียยืดยาว...เจตนา..เพื่อ..ถ่ายทอดแบบอย่างชีวิตอีกเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษจริงๆๆ มอบให้กับเพื่อนๆในชมรมหนี้แห่งนี้...ยังไม่เคยรวบรวมเขียนเล่าที่ไหนมาก่อน พอดีว่า...ได้รับการกระตุ้นต่อมอยากเขียนจากคุณหมูสมิง คุณ Familyman......เลยอดไม่ได้ที่จะต้องหาเวลามาตั้งกระทู้ของตัวเอง เขียนเล่าเรื่องบ้าง
อย่างน้อย..ก็เป็นนวนิยายจากชีวิตจริงที่หาซื้ออ่านไม่ได้ตามท้องตลาดทั่วไปล่ะนะ...

เอาล่ะ....เข้าเรื่องเสียที

ตอนนี้แหละ....เริ่มเปิดประตู...สู่การเป็น " หนี้ " ขนานแท้แล้ว สยองขวัญสำหรับตัวเองน่าดูเลย

เรื่องก็มีอยู่ว่า...พอลูกสาวเริ่มทนไม่ไหว แม่อย่างเราก็ต้องหาทางอะไรสักอย่าง เพื่อชุบชีวิตสดใสของลูกกลับคืนมาเพราะอนาคตเขาอีกยาวไกล แต่...มันยังนึกไม่ออก นึกๆๆๆ จนปวดหัว แสดงอาการเครียดอยู่บ่อยๆแล้ววันหนึ่ง..สวรรค์หรืออะไรก็ไม่รู้ชี้ทางออกให้

มาลงตัวกับการที่ลูกสาวก็พยายามหาสิ่งดีๆให้กับชีวิตตัวเองอยู่เพราะเขามีเป้าหมายชีวิต ต้องไปเรียนต่อที่อเมริกาให้ได้ ทำท่าจะได้ไปถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา ก็มีเหตุให้เป็นไป อดเสียงั้น และเขาก็ชัดเจนแล้วว่า ไม่เหมาะที่จะเรียนในระบบโรงเรียนไทย ความรู้สึกเขาย่ำแย่ลงไปทุกวัน...เลยเหมือนฟางเส้นสุดท้ายหรือระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ

เมื่อ..ความต้องการเขาสุกงอม เขาเอ่ยขอว่า..พอจะเป็นไปได้ไหม ถ้าเขา..จะขอไปเรียนต่อต่างประเทศเลยหลังจบม.๕ เขาทนเรียนต่อม.๖ไม่ได้แน่ๆ และเขาก็พยายามหาข้อมูลต่างๆมาให้ช่วยกันตัดสินใจอยู่เสมอๆ

เอาล่ะสิ...เราชักสยอง..แล้วเงินเราจะมีพอให้เขาไหม มันต้องใช้เงินเท่าไหร่นะ ช่วงนั้น เงินสด กำลังขาดสภาพคล่องอยู่พอดี แต่ก็มีนะ จากเงินอนาคตของบัตรเครดิตที่มีอยู่ประมาณ ๖-๗ ใบแล้ว ทั้งของBankและnonbank (มีไว้แบบไม่อยากใช้ เพราะเรายังกลัวอยู่มากๆ) เรื่องมีบัตรนี่ไม่พยายามบอกสามี อุบไว้...คิดโก้คนเดียวว่าเครดิตดี มีแต่คนมาขอให้เปิดบัตร หารู้ไม่...นรกชัดๆ...ถ้าไม่รู้จักใช้ เฮอะๆๆๆ สมน้ำหน้า..คิดไม่เป็น

ตอนนั้นสามีเขาไร้เดียงสาด้านการใช้เงินมากๆและไม่สนใจด้วย ทำแต่งานอย่างเดียว(แบบหัวหน้าดีเด่น...ลูกน้องไม่ต้อง...หัวหน้าเหนื่อยเอง)

ในที่สุด...ok...ที่ออสเตรเลีย เพราะหลักสูตรเขาสามารถรับเด็กที่ยังไม่จบม.๖ เรียนต่อได้เลย ถ้าเด็กความรู้ภาษาอังกฤษดี transcriptสวย สอบผ่านตามแบบทดสอบของเขา ขอบอกว่าโชคดีอีกครั้ง เรามีเพื่อนที่สามารถติดต่อเป็นธุระประสานให้จนลงตัว ที่เรียนรับแล้วไม่มีปัญหา ที่พักก็ราบรื่น(ลูกสาวอายุ ๑๗ ปีในตอนนั้น ต้องพักกับ hostชาวออสซี่ ตามเงื่อนไขของประเทศนี้) มาสะดุดก็เรื่องเงินเรานี่แหละ ต้องใช้ไม่ต่ำกว่า ๒ แสนบาทขึ้นไป

ในสภาวะนี้...เรายึดเรื่อง" การฟื้นฟูชีวิตและอนาคตของลูกเป็นสิ่งสำคัญสุด "และยอมทุกอย่าง เพื่อสนับสนุนหนทางสดใสให้กับชีวิตเขา ครั้งแรก...พยายามจนถึงที่สุดในการหลีกเลี่ยงไม่เอาเงินอนาคตจากบัตรเครดิตมาใช้ โดยพยายามหาความเมตตาจากเพื่อนๆที่เราค่อนข้างมั่นใจว่าเขาสามารถช่วยเหลือให้เรายืมเงินได้ แต่..ผิดคาด..เขาปฏิเสธอย่างนิ่มนวลว่า "ไม่ได้" คำเดียวเป็นคำตอบสุดท้าย ก็..ว่าอะไรเขาไม่ได้ เงินเขา..การตัดสินใจ..ของเขา

ทุกข์มากๆ..ช่วงนั้น โทษตัวเองว่า...ทำไมนะ...เราไม่เตรียมพร้อมหาเงินให้มากๆไว้..สำหรับอนาคตเขา เขาพร้อม..แต่เรา..ไม่พร้อม แล้วเราจะดับความพร้อมของเขาด้วยความไม่พร้อมของเราหรือ...

สุดท้าย...นี่คือ..หนทางที่เราเลือก และลูกก็รับรู้ เราเอาเงินล่วงหน้าจากบัตรควิกแคชซึ่งให้วงเงินไว้ถึง ๒ แสนบาทมาใช้ มันอาจจะดูไม่เข้าท่า..สำหรับความคิดใครหลายๆคนที่กลัวการเป็น" หนี้ "...แต่เราไม่...กล้าและบ้าบิ่นมากในการเปิดประตู...สู่การเป็น" หนี้ " ครั้งแรกสามีไม่เห็นด้วย แต่เราดื้อและไม่ฟังเสียงคัดค้านเพราะเราเชื่อมั่นในการตัดสินใจ เป็นไงเป็นกัน เด็ดขาดสุดๆ เราต้องแก้ไขอะไรๆได้ตลอดรอดฝั่งแน่นอน

ชีวิตเรา...ผ่านมาหลายพรรษาแล้วทำงานมาก็หลายที่ จบปริญญาตรี-โทมาก็หลายใบ เอาตัวไม่รอดให้มันรู้ไป อะไรมันจะเกิดก็แก้ไขมันไป ก็เท่านั้นเอง ชีวิตยังมีเรื่องสวยงามอีกตั้งหลายอย่างรอเราอยู่...ไม่เคยเสียใจเลยนะกับการตัดสินใจครั้งนี้

และแล้ว...ลูกก็ได้เหินฟ้าไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียจนได้...นีเข้าใกล้ปัจจุบันแล้ว...รอตอนหน้านะ...ชีวิต..ติดกับดัก.." หนี้ " รับรองสนุก..ปนเศร้า..555

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4208 โดย กรรมการชมรม
มาเล่าต่อแล้วนะ......

ตอนที่๖...ชีวิต..ติดกับดัก.. " หนี้ "

ระหว่าง ๑ ปีที่ลูกเรียนที่ออสเตรเลีย เขาใช้ชีวิตอิสระ..ตามแบบที่เขาต้องการจริงๆ..แต่..มันเป็นความอิสระที่ไม่ได้สวยหรูอย่างลูกผู้มีอันจะกินเขาเป็นกัน...เพราะ..เราไม่ใช่เศรษฐี แต่เป็น..พ่อ-แม่ที่กำลังเริ่มเป็น.."หนี้"และกำลังจะติดกับดัก" หนี้ "

เพราะฉนั้น...ความลุ่มๆดอนๆของชีวิตลูกย่อมเกิดขึ้นแน่นอน

บางทีนะ..ช่วงต้องจ่ายค่าเทอม...หวาดเสียวมาก...แม่หมุนเงิน..ตัวเป็นเกลียว..หัวเป็นน็อตเลย

ส่วนใหญ่..อาศัยบัตรเครดิตจ่ายค่าเรียน (โปรด..อย่าลอกเลียนแบบ..ถ้าใช้บัตรแล้ว..จ่ายคืนเต็มจำนวนไม่ได้จะเป็นหนี้..ทั้งปีทั้งชาติ)

ลูกสาวเขาก็น่ารัก..กลับไม่ย่อท้อ..ยังช่วยแม่ผ่อนภาระเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเขาด้วยการหางานทำ

โชคดีอีกแล้ว..เขาสมัครงานที่ไหน..ก็ได้รับการตอบรับด้วยดี(ลูกใช้ภาษาได้ดี..สื่อสารชัดเจน..มีความคล่องตัวสูง)แต่ช่วงแรกลำบาก ขยับอะไรไม่ค่อยได้เพราะอายูยังไม่ครบ ๑๗ ปี ที่ออสฯห้ามทำงานต้องรอจนอายุครบตามเกณฑ์ ช่วงต้นเทอม ๒ จึงได้โอกาสสมัครทำงาน ไม่ต้องอาศัยกับhostและออกมาเช่าบ้านพักกับเพื่อนๆชาวเอเซีย แชร์ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนกลางอื่นๆด้วยกัน

เขาเลือกงานที่ร้าน KFC เพราะสะดวกและให้โอกาสเขาจัดเวลางานได้เอง เขาจึงสามารถบริหารเวลางานกับเวลาเรียนได้ลงตัว แต่งานมักจะเป็นช่วงบ่ายถึงค่ำ บางทีเลิกเที่ยงคืนและบางวัน..ถ้าไม่มีเรียนก็ควงทั้งวันยันค่ำ

ลูกสาวเล่าว่า..ที่ออสฯ เมืองที่เขาเรียนและพักอยู่เงียบสงบดี(เขาเลือกเอง..แบบไม่ค่อยมีคนไทยไปเรียนต่อมากนัก..และสถาบันที่เขาเรียนก็แทบไม่มีคนไทยไปเรียนสักเท่าไหร่) ที่ประเทศนี้มีระบบความปลอดภัยสูงมาก แม้จะต้องเดินทางกลับบ้านในยามค่ำคืนดึกดื่นแค่ไหน..ก็..ไม่มีอันตราย สามารถเลือกเดินกลับบ้านพักคนเดียวได้แบบไม่น่ากลัวใครจะมาทำร้ายหรือจี้ปล้น...เราเลยสบายใจไม่น่าห่วง

ลูกสาวเขาใช้ความอดทนสูงมากๆกับการทำงานหนัก บางครั้ง..แม้จะเหนื่อยหรือเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานหรือเจ็บป่วยเช่นมือพองบวมแดงเป็นแผลเนื่องจากโดนน้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น อื่นๆจิปาถะฯลฯเขาก็ไม่ปริปากเล่าหรือบ่นให้เราร้อนใจ แต่เรารู้ได้จากการถามเมื่อสังเกตเสียงที่พูดคุยผ่านโทรศัพท์หรือวิเคราะห์จากการเขียนอีเมล์ของเขา พอรู้..ก็อดสะท้อนใจไม่ได้
เฮ้อ....คิดถูก..คิดผิด..นะเนี่ย สนับสนุนให้เขาไปเรียน

ลูกบอกเราว่า...ที่เขาไม่อยากบ่น..ไม่อยากเล่า..เพราะ..เป็นหนทางที่เขาเลือกเอง ดังนั้น..เขาต้อง..อดทนให้มันผ่านไปให้ได้ เขาจึงต้องทั้งเรียนทั้งทำงานไปพร้อมๆกัน โดยยึดถือ..ความสุขและความมุ่งมั่นเพื่ออนาคตที่ดีของตัวเองเป็นเป้าหมายสำคัญ

การเรียนของเขาไม่เสียหายเลยนะ กลับเรียนได้ดีและยังใช้ความสามารถเฉพาะตัวรับจ้าง edit ภาษาในรายงานให้เพื่อนๆชาวเอเซียที่พักอยู่ด้วยกันและเพื่อนในชั้นเรียน(หลายคนไม่ชอบเขียนรายงานและส่วนใหญ่ยังใช้ภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีนัก) ลูกเลยมีเงินใช้ส่วนตัวพอกล้อมแกล้มไปได้

ช่วงก่อนเรียนเทอม ๓(สถาบันนี้เรียน ๓ เทอมใน ๑ ปีตามหลักสูตร) เราให้โอกาสลูกกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทย เรา..แอบคิดเอาเอง..เผื่อว่า..ลูกอาจสนใจจะกลับมาเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยเมืองไทยบ้าง เพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่ามาก โน้มน้าวไม่สำเร็จ..สู้เหตุผลเขาไม่ได้

ช่วงที่เขากลับมาพักผ่อนนี้..เป็นสภาวะที่เรากำลังมืดมน เจอหนทางตันเรื่องการเงินเพราะเราบริหารมันไม่เป็น เริ่มรู้จักที่จะจ่ายขั้นต่ำของบัตรเครดิต กดบัตรนั้นมาจ่ายบัตรนี้ กู้เพิ่ม ได้บ้างไม่ได้บ้าง ยอดหนี้เขยิบขึ้นเรื่อยๆและยังให้สามีเปิดบัตรเครดิตเพิ่มอีก ไม่ค่อยใส่ใจกับยอดหนี้สนใจแค่หมุนจ่ายขั้นต่ำได้ครบทุกบัตรและสามารถให้ค่าเรียนค่าเดินทางของลูกได้เท่านั้น

เป็นไงล่ะ...แถมอีกนะ..เจอเรื่องเครียดด้านการงานของตัวเองกดดันด้วย เริ่ม..ไม่สบอารมณ์กับการทำงาน
มีเรื่องกับใครก็ไม่มี..ดันไปมีเรื่องกับเจ้านาย..จะเหลือหรือ..เจ้านายไม่มีวันผิดอยู่แล้ว

ทนทำงานต่อไม่ได้แล้ว...จน..ถึงจุดระเบิดในความรู้สึกของตัวเอง..ต้องลาออก..สถานเดียว
อยู่ไม่ได้..ก็...ไม่ต้องทน เชื่อ...ไม่อดตายแน่นอน ถ้า..ไม่งอมืองอเท้า ความรู้ก็มีอยู่กับตัวจะกลัวอะไร

เห็นพัฒนาการทางความคิดและความประพฤติเราไหม..จาก..เรียบๆ..เรื่อยๆมาเรียงๆ..ไม่โลดโผน
ไต่ระดับ...บ้าระห่ำ...กล้าลาออก..ทิ้งหัวโขนหนักๆที่ต้องแบกไว้..ไม่ต้องรอเกษียณอีกหลายปี...
ทนไม่ไหว...แล้ว..โว้ย

คิดเรื่องนี้..ถามสามีคนเดียว"เลี้ยงก่อน..พักหนึ่ง..ไหวไหม"(เขารู้ปัญหามาโดยตลอด) เขาตอบ"ได้"คำเดียว ไม่สน ไม่ฟังใครอีกเลย วางใบลาออกไว้..แล้วเดินคอแข็งออกมาเลย..นี่ก็เป็นอีกเรื่อง..ที่ไม่เคยเสียใจในการตัดสินใจอย่างนี้(แต่ละคนมีเส้นทางชีวิตเป็นของตนเองนะ...ไม่แนะนำให้ทำตามแบบอย่างนี้)

แต่..ช่วงนี้นะยังรู้สึกดีและขอบคุณบัตรเครดิตทั้งหลายแหล่นี้นะ เพราะ..อย่างน้อย..ก็ทำให้เราปะทังชีวิตลุ่มๆดอนๆของครอบครัวไปได้(อย่าเข้าใจว่า..สนับสนุนให้มีบัตร..ใช้บัตรเยอะๆนะ ไม่ๆๆๆๆๆแน่นอน)

จริงๆไม่อยากจะเล่าความขมขื่นของชีวิตช่วงนี้เลย..แต่..ซะหน่อยละกัน..

บางวัน..มีเงินติดกระเป๋าไม่ถึงร้อยบาท แต่..อาศัยลักษณะดูดีมีสตางค์ เลยไม่มีใครรู้ว่า..ไม่รวย
ส่วนสามี..เขายังคงสมถะและไม่เดียงสาด้านการเงินเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เงินสดที่มีใช้จ่าย ใช้หนี้ก็มาจากเงินเดือนราชการของเขาซึ่งไม่มาก(๒หมื่นกว่าๆเอง)บวกกับเงินที่ทำธุรกิจของเราซึ่งได้ไม่แน่นอน

สำหรับลูกสาว..เกือบจะไม่ได้กลับไปเรียนต่อเทอม ๓ ที่ออสฯอีก แต่..โชคช่วย เจ้านายสามีหลายๆคนใจดีมาก ทั้งให้ยืมและให้เปล่าเป็นของขวัญหลานเพราะเอ็นดูและตอบแทนที่พ่อเขาทำงานให้แบบสุดตัวทุ่มเท

ในความโชคร้าย...ก็...ยังมีโชคดี...เจือปนอยู่

และแล้ว...ลูกก็ได้กลับไปเรียนจนจบที่ออสเตรเลีย

นี่แหละหนา...แม้..ติดกับดัก " หนี้ "ก็..ยังมี..สิ่งดีๆในชีวิตมาทดแทน แต่เรื่องยังไม่จบนะ..รอตอนต่อไป
บริหารชีวิต..ชำระจิตใจ มีอะไรดีๆให้ติดตามอีกมากมายค่ะ...

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4209 โดย กรรมการชมรม
เงียบหายไปหลายวัน...เดี๋ยวเพื่อนๆจะลืมเลือน...ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างแต่ก็..ขอเป็นเรื่องคั่นรายการเป็นตอนเสริมพิเศษ " ชีวิตหมุนวน...ของคนเป็นหนี้ "

เพื่อนๆคงนึกสภาพของหนูติดจั่นออกนะ...เรา..ก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตหมุนวน.ไม่ต่างอะไรกับสภาพหนูติดจั่นนี้แหละ

ตอนที่ยอมให้หนี้พันธนาการตัวเองนะ ชีวิตที่ผ่านไปแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี เป็นวัฎจักรเลย

ต้นเดือน...หาเงินจ่ายหนี้(ขั้นต่ำ) ตามวัน เวลาที่เจ้าหนี้แต่ละบัตรกำหนดอย่างเคร่งครัด..แบบ..ลูกหนี้ดีเด่น

กลางเดือน...ถ้าจำเป็นใช้เพื่อธุรกิจ/เพื่อการศึกษาลูก..ก็..รูดปรี๊ดๆๆหรือกดเงินสดออกมาโดยไม่สนใจจะดูดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมการกดบัตรแต่อย่างใด ขอแค่มีเงินหรือวงเงินเท่าที่จำนวนต้องใช้เป็นพอ

ปลายเดือน...ถ้าต้องจ่ายบัตรไหนที่กำหนดจ่ายช่วงนี้ ก็เอาเงินที่กดมาชำระหนี้ไปเพื่อรักษาประวัติ รักษาเครดิต ไม่ให้ด่างพร้อย (งี่เง่าแบบไร้สติ)

แล้ว..คิดเองเออเองอีกนะ..เรานี่เก่งชมัด..บริหารการจ่ายเงินได้ครบถ้วน ไม่เสียเครดิตเลย ยังนึกอีกนะ...เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองป็นคนมีวินัยทางการเงิน ละเอียดเพราะจดมูลหนี้อย่างชัดเจนมีจำนวนเต็ม ขั้นต่ำ วันครบกำหนดชำระครบถ้วน มีสมุดบันทึกสวยหรูเลยนะแถมจดอย่างต่อเนื่อง แต่แปลก..ไม่เคยคิดที่จะบวกยอดเงินรวมที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนเลย

เห็นไหม...วิธีใช้เงินแบบคนจนถาวร...เพราะนึกถึงคนอื่นก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลาย
นี่นะ..ถ้าฉุกคิดสักนิด ชีวิตก็ไม่ต้องหมุนวนแบบลูกข่างหาทางออกไม่เจออย่างที่ผ่านมา

จนวันหนึ่ง...โชคดี...ฟ้าเปิดหนทางใหม่ให้..ได้พบกับกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่อยู่ในแวดวงธุรกิจเดียวกัน
เธอผ่านชีวิตการเป็นหนี้ทั้งในระบบ นอกระบบมาอย่างโชกโชน

เธอ..อาศัยประสบการณ์การเป็นหนี้ การแก้ไขหนี้ของเธอ ผนวกกับการค้นคว้าข้อมูลอย่างจริงจังทั้งจากตำราด้านการเงิน เว็ปไซด์ที่เกี่ยวข้องต่างๆและอื่นๆอีกมากมายจนมีความรู้รอบและชอบที่จะถ่ายทอด แบ่งปัน ให้การอบรม" บริหารหนี้ บริหารเงินอย่างไรได้ล้านแรก " จนทำให้เราตาสว่าง และกล้าก้าวออกมาจาก" ชีวิตหมุนวนแบบคนเป็นหนี้ "ได้

ที่สำคัญสุด..ต่อยอดความโชคดี เพราะหนึ่งในเวปไซด์ที่เธอแนะนำคือเวปของชมรมหนี้ฯแห่งนี้และนี่เป็นที่มาของการสะสมภูมิคุ้มกันของเรา และเรายังได้รับสิ่งดีๆจากมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ด้วยแบบอย่างทางความคิดผู้ซึ่งยินดีถ่ายทอดแบ่งปันประสบการณ์ให้เราเป็นแนวทางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ

ขอถือโอกาสนี้...ขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับเพื่อนๆในชมรมทุกๆท่าน(ขออนุญาตใช้คำว่าเพื่อนเพราะคิดว่าคำนี้เลอค่าในความรู้สึกของเราจริงๆ)

ความรู้ต่างๆที่เราได้รับ..สามารถสร้างคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงให้เราใช้เป็นแนวทาง" ปลดหนี้ "อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่ากับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง แม้ในปัจจุบัน..เราเพียงแค่อยู่ในขั้นเริ่มต้นปลดโซ่ตรวนที่พันธนาการชีวิตเราเท่านั้นและหนทางหมดหนี้ยังอีกยาวไกล

แต่...เรารู้แล้วหละว่าโชคดีแห่งชีวิตเป็นอย่างไร

แม้ชีวิตตอนนี้..จะเหลือเพียงช่องเล็กๆให้รอดไป แต่เบื้องหลังของช่องเล็กๆนี้มีแต่แสงสว่างเจิดจ้ารอเติมเต็มให้ชีวิตเราอยู่..แน่นอน เราขอบอกเพื่อนๆว่า.....

ไม่ต้องกลัวเจ้าหนี้ที่มีมาก
ไม่ต้องกลัวคมปากที่ถากถาง
ถ้าเขาพูดสิ่งใดใดไม่ถูกทาง
โต้เขาบ้างหรือฟ้องกลับจับรู้ทัน

ขอให้เพื่อนเชื่อมั่นอย่าหวั่นไหว
ตัดสินใจอย่างไรให้มุ่งมั่น
ต้องแข็งแกร่งไม่ท้อถอยมุ่งฝ่าฟัน
เพราะคุณนั้นผู้ลิขิตชีวิตคุณ...

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4210 โดย กรรมการชมรม
มาขอ up date กระทู้ของตัวเองซะหน่อย...เกรงเพื่อนๆจะลืม..เดี๋ยวต่อเรื่องไม่ติด

คงยังไม่เริ่มตอนใหม่...และเรื่องชีวิตการเป็นหนี้กว่าจะจบคงอีกยาวไกล...คาดว่าถ้าดำเนินไปตามแผนที่ตั้งเป้าหมายไว้และไม่มีอะไรมาสะดุดก็คงปลดหนี้ทั้งของตัวเองและสามีรวมกันประมาณล้านกว่าบาทได้ภายใน ๓ ปีซึ่งก็เป็นระยะเวลาที่ลูกสาวคนเดียวของเราสำเร็จการศึกษา(ตอนนี้เขาไปเรียนอยู่ที่ อเมริกา ขึ้นปี ๒ แล้ว)แต่เขาจะกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยหรือไม่ก็แล้วแต่เขาเป็นผู้เลือก...เราให้อิสระและเคารพการตัดสินใจของเขา

ช่วงนี้..เราเองค่อนข้างยุ่ง..เพราะมีเรื่องต้องตัดสินใจกับชีวิตตัวเองอยู่...กำลังได้รับโอกาสเพิ่มรายได้ประจำและได้ตกปากรับคำเขาไปแล้วรอลงนามสัญญาจ้างกันอยู่แต่คาดว่าอาจช่วยทำงานให้เขาไม่นานเพราะชักจะติดชีวิตอิสระไม่ชอบการถูกพันธนาการด้วยเวลา..เช้าตอกบัตรเข้า..เย็นตอกบัตรออก(ขออภัยมิได้หมายความว่าลักษณะนี้ไม่ดี...เพียงแต่ตัวเองอารมณ์ศิลปินไม่พิสมัยวิธีการแบบนี้)...เฮ้อ..ขออนุญาตบ่น

ที่ไม่ค่อยกล้าหยิ่งหรือปฏิเสธงานก็เพราะค่าจ้างนี่แหละ...เยอะอยู่...น่าจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการเรียนของลูกและกันบางส่วนไว้ปลดหนี้ได้บ้างซึ่งน่าจะคุ้มกับความอดทนยอมปรับลดชีวิตอิสระของตัวเองลงบ้าง

โอกาสหน้า...เคลียร์ชีวิตลงตัว...จะมาเล่าตอนต่อไปแน่นอน...อย่าลืมรออ่านนะ

ขอบคุณ...สำหรับความสนใจและกำลังใจที่ทุกท่านมอบให้

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4211 โดย กรรมการชมรม
หายไปเกือบหนึ่งเดือน...มาขอเล่าต่อความคืบหน้าของชีวิตตัวเองสักเล็กน้อย...

ช่วงที่ผ่านมา...บอกไว้ว่ากำลังตัดสินใจรับทำงานประจำอีกครั้งหลังจากห่างหายไปหลายปี

ต้องบอกว่ามึนกับชีวิตพอควร...หลังจากคิดทบทวนกลับไปกลับมาและชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว...ก็เลยหักดิบ..ยุติการรับทำงานประจำ...โชคดีที่ตัวเองยังชลอการทำสัญญาผูกมัดเพื่อเข้าทำงานครั้งนี้เลยไม่เสียหายอะไร...เปิดโอกาสให้เขาหาคนเหมาะสมกว่าเรามาทำดีกว่า

ก็...เสียดายรายได้นะ...และจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อการลงทะเบียนของลูกในเดือนที่ผ่านมา...มากโขอยู่(เกือบแสนบาท)...แต่พิจารณาระยะยาวแล้วไม่รับงานนี้ดีกว่าเพราะต้องการอิสระเรื่องเวลาซึ่งจะต้องนำไปทุ่มเทกับธุรกิจของตัวเอง(มั่นใจว่าหนทางนี้ปลดหนี้ได้เร็วแน่นอน)

ตอนนี้...เมื่อตัดสินใจชัดเจนแล้วเลยเดินหน้าแก้ปัญหาทีละเปราะ...คิดแต่เรื่องบวกๆให้ชีวิตมีความสุข

ถูกทวงหนี้..ก็ใจเย็นสุดๆไม่เอาคำพูดมารกสมอง...ใครเสนอส่วนลด..สนใจนะแต่ยังไม่เหมาะจะจ่ายเพราะต้องรวบรวมเงินให้ลูกลงทะเบียนแถมได้รับหมายศาลฉบับแรกจากซิตี้แบงก์ด้วย(ไม่ตกใจนะ...มีที่ปรึกษาดี..ไม่ใช่ใครทีไหนหรอกค่ะ...เพื่อนผู้รู้และที่ปรึกษากฎหมายของชมรมนี้แหละค่ะ)

และแล้ว...ก็สำเร็จ...หาเงินครบจนได้...เหนื่อยใจหลายครั้ง...เกือบหมดพลัง...แต่ดึงกำลังใจตัวเองขึ้นมาได้จากเพื่อนคู่ชีวิต...ลูกสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจของเรารวมทั้งเพื่อนๆน้องๆในชมรมนี้

ขอบคุณทุกกำลังใจ(ทั้งทางตรงและทางอ้อม)

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4212 โดย กรรมการชมรม
ขออัพเดทกระทู้ตัวเองหน่อย...

หลังจากเขียนเล่าเหตุแห่งหนี้ของเรา...เผลอแป๊บเดียว...ผ่านไปเกินแปดเดือนแล้ว...

วันเวลาผ่านไปเร็วจัง...

นี่เราเป็นสมาชิกชมรมหนี้เกือบปีแล้วนะ...ฉลาดเรื่องแก้ไขหนี้ขึ้นมากเลย

เดินตามรุ่นพี่ๆ(ส่วนใหญ่เป็นน้อง)ต้องประสบผลสำเร็จปลดหนี้เป็นไทยได้แน่นอน...

อย่างน้อยก็ปิดบัญชีหนี้ไป 2 บัญชีแล้วล่ะ...

ยังเหลืออีกหลายบัญชี...แต่ไม่ค่อยกังวลแล้วเพราะเดินอย่างมีทิศทาง..

ไว้โอกาสดีๆ...อารมณ์บรรเจิด..จะมาเล่าเรื่องสนุกๆให้อ่านต่อไปนะคะ...

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4213 โดย กรรมการชมรม
ดึงกระทู้ตัวเองขึ้นมาหน่อย...

- วันนี้...วันดี..เป็น"วันแม่"....12 สิงหาคม 2553

- คุณแม่ของเราและสามี...จากเราไปหลายปีแล้ว...สิ่งที่ทำได้คือระลึกถึงท่าน....

- แต่..เราคือ"แม่" ที่"ลูกสาว"คนเดียวของเราอยู่ห่างกันด้วยระยะทาง...เขายังเรียนอยู่ที่อเมริกา..ปี 3 แล้ว

- วันนี้..ลูกสาวทำเซอร์ไพร์ส เขาสั่งดอกไม้ช่อสวยงามส่งมาให้แม่อย่างเราถึงบ้านในเมืองไทยพร้อมคำอวยพรในการ์ดที่ติดมากับช่อดอกไม้....และยังโทรศัพท์ข้ามประเทศมาอวยพรด้วย

- ปลื้มและชื่นใจที่สุดๆๆๆ....นี่คือ "กำลังใจ" ที่ยอดเยี่ยมให้เราฝ่าฟัน "ปัญหา" และเดินหน้า"ปลดหนี้" ให้เร็วที่สุด จะได้เริ่มชีวิตใหม่ที่สดใสกว่าเดิม

- ตอนนี้ไม่ค่อยกังวลกับค่าใช้จ่ายของเขาเท่าไหร่ เขาช่วยตัวเองในการหารายได้ได้ดี แม้จะเหน็ดเหนื่อยอย่างมากก็ตาม เพราะช่วงนี้ปิดภาคเรียนทำให้เขาจัดเวลากับการเพิ่มรายรับได้มากขึ้น และเราติดต่อกันตลอดเวลา ผ่านระบบ skype บ้างหรือใช้ sim true inter คุยกัน ประหยัดค่าใช้จ่ายและยิ่งถ้าเขาเป็นฝ่ายโทรมา ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งเขาและเรา

- 4 วันนี้ ใครที่รับราชการคงได้หยุดยาว...ดีเหมือนกัน..ได้ใช้เวลาทบทวนชีวิต...อ่านหนังสือดีๆและมีเวลามาเขียนกระทู้ของตัวเอง

- วันนี้มีความสุข เลยมาแบ่งปันความสุขให้เพื่อนๆในชมรมค่ะ...มีความสุขมากๆเช่นกันนะคะ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4214 โดย กรรมการชมรม
กระทู้นี้ของเรา..เกือบลืมไปแล้วนะ...ผ่านมาตั้งสองปีกว่าแล้ว

อ่านเรื่องตัวเอง..ก็ยังน้ำตาซึมเลย...

ตอนนี้...เข้าที่เข้าทางพอควร..ในเรื่องปลดหนี้

สำหรับเรื่องลูกสาว..เขาก็หนักเอาการ..สู้ชีวิตสุดๆ

เขาหางานทำ พร้อมเรียน งานที่ทำก็ 2 แห่ง..เป็นร้านอาหารเกาหลี..กับร้านขายเสื้อผ้า..ช่วยแม่ผ่อนแรงเรื่องค่าใช้จ่ายรายเดือนน่าดู...บางวันควงงานทั้งวันทั้งคืน..ทำไงได้..ความรวยยังหลบในอยู่

ก่อนจะได้งานนี้..มีช่วงวิกฤติ..เพราะร้านอาหารไทยที่ทำอยู่เดิม..เจ้าของร้านคนไทยเกิดอารมณ์เสียอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้..ให้ลูกจ้างทุกคนพักงานหมด..เนื่องจากโดนเจ้าหน้าที่รัฐของ las vagas มาตรวจค้น..แม้แต่ลูกสาวที่เคยเป็นที่โปรดปรานของเจ้าของร้านยังโดนหางเลขให้พักงานด้วย...ลูกสาวเขาอึดอัดกับนิสัยเจ้าของคนนี้นานแล้ว..เขาเลยหางานใหม่..แบบเดินเข้าไปขอสมัครงานเอง..แล้วก็โชคดีตอบรับทั้งสองแห่ง..แถมที่เก่าก็มาเรียกกลับไปทำงาน..แต่เขา..say no...ไม่ใช่ no vote นะ

เรา..เลยพอลุ้น..จะหนักใหม่ก็คงเป็นเดือนสิงหาฯ..ต้องรีบปัมเงินไว้จ่ายค่าเทอมซึ่งตกลงกับลูกไว้ว่าเป็นความรับผิดชอบของเรา

ยังไง..ไม่ว่าอะไรจะเกิด...เราก็ท่องไว้เสมอ...ห้ามท้อ...ยิ้มสู้..ยิ้มสู้..คิดแต่เรื่องดีๆ..แล้วจะมีแต่สิ่งดีๆๆๆเดินมาหาเรา...ชัวร์....

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4215 โดย กรรมการชมรม
เดือนนี้...ครบรอบ"วันแม่"อีกปีแล้ว

ขอบคุณ...น้องnoui ช่วย up กระทู้ขึ้นมา....

ค่อนข้างยุ่งเหยิงกับงานจิตอาสา..พอดีได้รับความไว้วางใจเลือกให้เข้าไปเป็นกรรมการสหกรณ์ฯ...องค์กรนี้ไม่มีปันผลให้กรรมการปลายปีนะ..แตกต่างจากสหกรณ์อื่นๆ...แต่เราก็คิดว่าเป็นเรื่องดีกับชีวิตที่จะได้ดึงความรู้เก่าๆซึ่งอุตส่าห์เล่าเรียนมาตั้งหลายปริญญา..มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกของสหกรณ์แห่งนี้...ภูมิใจกับสิ่งที่เลือกทำ...สบายใจและมีกำลังใจกับการปลดหนี้...พอเราเป็น"ผู้ให้" สิ่งที่เราได้รับกลับมา..มากมายกว่าที่เราให้

ก็...คงเช่นเดียวกับคณะกรรมการชมรมหนี้แห่งนี้...แต่ละท่านมาด้วยใจที่พร้อมจะให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

สำหรับลูกสาว...เขายังคงต้องช่วยตัวเองอย่างหนักและเหนื่อยแทบไม่ค่อยได้พัก...ลุยงานหนัก..เพราะค่าครองชีพที่อเมริกาค่อนข้างสูงและเขาก็อยู่ในรัฐที่ไฮโซอยู่กัน...ก็..ดีอีกแล้วที่ทำให้เขาสู้ชีวิตและรู้จักคิด...ค่าเทอมเดือนนี้เขารับผิดชอบเอง...แม่ไม่ได้ช่วย...แถมเขายังเอาเงินเก็บของเขามาช่วยชำระหนี้แทนแม่อีกด้วย...เงินก้อนนี้ได้ช่วยปลดล็อคหนี้ของควิกแคช...เป็นการปิดบัญชีหลังได้รับคำพิพากษาอุทธรณ์

ตอนนี้...มีกำลังใจเปี่ยมล้น...และมีเป้าหมายที่ชัดเจนกับงาน...จะสำเร็จแค่ไหนก็สู้กันสักตั้ง...มุ่งมั่น..ศรัทธา...ไม่กลัวเหนื่อย..ยังไงก็ต้องสำเร็จ....ที่สำคัญจะได้ปลดหนี้เป็นไทให้อิสระกับตัวเองเสียที...จะได้ทำอะไรอย่างที่ใจต้องการ....สำเร็จอย่างที่เราตั้งใจเมื่อไหร่จะมารวบรวมเล่าให้ฟัง

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4222 โดย poopae



ยินดีและดีใจมากๆเลยค่ะ...ที่ในที่สุดพี่สาวเสียงหวาน...ก็กลับเข้าบ้านของเราอีกครั้ง... ^^ ^^

เป้หวังว่าพี่ mom 23 คงยังจำได้นะคะ..เรามีนัดสังสรรค์กันที่ตลาดน้ำดำเนิน เอ๊ย !!!

ตลาดน้ำตลิ่งชันเจ้าค่...ปูเป้จะรอคอยนะคะ o_) o_) o_)
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4253 โดย mom23
ขอบคุณ น้องAnakinมากๆนะคะ กรุณาเป็นอย่างยิ่งนำเนื้อหาเก่ามาบรรจุให้...จะน่ารักอย่างยิ่ง ถ้าใส่หัวใจสีชมพูไว้หน้ากระทู้

ขอเลียนแบบคุณเหนอหน่อย...เดี๋ยวไม่อินเทรนด์

น้องปูเป้...พี่ไม่เคยลืมนะ...เรามีพันธะสัญญากัน...พร้อมเมื่อไหร่นัดมาเลย..ไปโลด

ตอนนี้..อารมณ์ยังไม่บรรเจิดพอจะเล่าเรื่องต่อ...ฝากพี่ๆ(สงสัยไม่ค่อยมี) น้องๆ เพื่อนๆ อ่านภาคเก่าในนี้ไปก่อนนะจ๊ะ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4260 โดย
แก้ Icon ให้แล้วนะครับ

และด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยครับ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา #4284 โดย maewnam
o_) เป็นอะไรที่สุดยอดมากทั้งคุณและลูกครับอ่านแล้วรู้สึกดีมากมีลูกเป็นกัลยานมิตรอีกรักดีตลาดเป็นหนี้เพราะลูกไม่มีอะไรต้องเสียใจ ไม่รู้จะอธิบายยังไง บอกได้แต่ว่าคุณสุดยอดมาก ขอสรรเสิญจากใจจริง o_)

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

ผู้ดูแล: Badmankonsiam
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 1.256 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena