บัตร KTB ทั้งบัตรเครดิต และ สินเชื่อพร้อมใช้ เป็นอะไรที่ไร้ความกรุณาต่อลูกหนี้ กรณีไม่มีเงิ

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4559 โดย somcha78
บัตร KTB ทั้งบัตรเครดิต และ สินเชื่อพร้อมใช้ เป็นอะไรที่ไร้ความกรุณาต่อลูกหนี้ กรณีไม่มีเงินมาปิด
ที่ผมขึ้นหัวข้อแบบนี้ เพราะ เห็นการกระทำของบริษัท บัตรกรุงไทย มหาชน
ถ้าท่านไม่มีเงินก้อนมาปิด การคุยทางโทรศัพท์ ไม่มีประโยชน์ใดๆ
หรือขอต่อรอง แบบ 50:50 หรือ 60:40 โอกาสเกิดยากในช่วงแรกๆ

ถ้าเจ้้าหน้าบอกว่า ให้ไปเจรจากับทนายเอง ที่ศาล
สิ่งที่คุณจะได้ คำตอบ เมื่อไปศาล คือ
1 ถ้ามีเงินก้อนปิด ต้องไปเจรจาฝ่ายประนอมหนี้ใหม่ โยนไปโยนมาใหม่
ทนายความ ไม่มีอำนาจเสนอปิด แต่มีอำนาจแค่ผ่อน เท่านั้น เท่านี้ พร้อมอัตราดอกเบี้ย
กับ จำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้อง ซึ่งรวมดอกเบี้ย และค่าปรับแล้ว
(ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกหนี้ ไม่ต้องการเลย ลูกหนี้ ต้องการแค่เงินต้นก็พอแล้ว ในวันฟ้อง
ที่เหลือยกให้ แล้ว เจรจากันใหม่ ไม่รู้ถึง ห้วอกคนเป็นหนี้ ว่ามันทุกข์มากแค่ไหน)

2 ถ้าไม่มีเงินก้อนมาปิด เตรียมตัวได้เลย ต้องทำสัญญายอมความกัน
โดยคิดดอกเบี้ยเท่านั้น เท่านี้ พร้อมผ่อนเดือนละเท่านั้น เท่านี้
ล่าสุด ทราบมาว่า
ถ้ามีเงินมาก ปิดได้ภายใน 6 เดือน ไม่คิดดอกเบี้ย แต่ ต้องชำระตามทุนทรัพย์ที่ฟ้อง
อย่างนี้ จะทำไปทำไม ผ่อนดอกเบี้ยไปก่อนดีกว่า แล้ว เจรจา ปิดไม่ดีกว่าหรือ
สิ่งที่ลูกหนี้ ต้องการ ลดเงินต้นลงมา บางส่วน (ดอกเบี้ย,ค่าปรับ ยกให้อยู่แล้ว)
นั้นแหละ ถึงจะมีความกรุณาต่อลูกหนี้ ดอกเบี้ยที่ผ่านมา ก็จ่ายไปมากอยู่แล้ว
3 ถ้าท่านต้องประวิงเวลา เลื่อนคดีไปก่อน ตั้งทนาย สู้เรื่องคิดดอกเบี้ยผิดไปก่อน ง่ายที่สุด

ขอโทษ ที่ขอระบายเรื่องของ KTB เพราะ KTB เท่าที่เจอ เป็น ธนาคารเดียว ที่ไม่มีความกรุณาต่อลูกหนี้จริงๆ อย่างเช่น กลุ่ม NON BANK จะดีกว่า กลุ่ม BANK เยอะ เพราะ เป็นหนี้ มาเกือบทุกสถาบันการ
เงินครับ ถึงจะข่มขู่ จะชวนทะเลาะ แต่ถึงเวลาจริงๆ ถ้ามีเงินพอปิด แบบ 50:50, 60:40
ไม่ว่า บัตร central
บัตร quick cash
บัตร Lotus
บัตร กรุงศรี
บัตร eaon
บัตร easy-buy คุยกันได้

ส่วนธนาคาร
ก็ เช่น ไทยพาณิชย์
uob
กรุงเทพ
กสิกร
ยังคุยกันง่าย รวดเร็ว และมีความกรุณามากกว่า

ท่านทราบหรือไม่ KTB มีนโยบายใหม่ ออกมา ถ้าไปคุยที่ศาลหรือ
เรื่องต่อรองเรื่องดอกเบี้ย หรือ ทุนทรัพย์ที่ฟ้องหรือ เลิกคิดได้ ต้องมีเงินก้อนเท่านั้น อย่างเดียว
ถึงจะไปเจรจา รอบนอกกันใหม่

เขียน มานี้ อยากให้คนทำงาน ที่ KTB รับทราบไว้ด้วย
ลูกหนี้ มีความทุกข์อยู่แล้ว แต่ละปี bank ก็กำไรสุทธิ ปีหนึ่งเป็น หมื่นๆ ล้านบาท
ทำไม ถึงไม่มีฝ่ายหรือแผนก ที่มีความกรุณาต่อลูกหนี้
คุยง่าย ปิดง่าย ลดดอกเบี้ยให้ หรือ ไม่คิดดอกเบี้ย เหมือนที่อื่นๆ เขาทำกัน

ผมอาจจะเขียน ตกหล่นไปบ้าง แต่เห็นการกระทำ ของ KTB แล้ว
ช่างไร้น้ำใจ เงินก็ไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นของ bank
แต่กลับไม่รู้สึก รู้สา ถึงความทุกข์ของคนที่เป็นหนี้
บางคนคงสะใจว่า แล้วเสือกไปกู้เขามาทำไม
ถ้าจะตอบ ก็คือ แล้วปล่อยกู้ทำไม ดอกเบี้ย 20 % กับเงินฝาก 0.50 % อนิจา

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4562 โดย toonna
KTB เค้าก็มีวิธีของเค้าในการจบงาน จบหนี้ สุดแล้วแต่จะพูดอย่างไรให้เรารู้สึกกลัว ตกใจหวั่นไหว ให้ได้มากที่สุด
ส่วนเรา ก็มีวิธีของเรา ในการวางแผนปลดหนี้สินของเรา อย่างเป็นขั้นตอน ศึกษาหาความรู้จากเืพื่อนๆ เยอะๆ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4567 โดย กอบัว
ขอแก้ข่าวก่อนนะคะ
KTB คือ ธนาคารกรุงไทย ค่ะ
ส่วน KTC คือ บัตรเครดิตกรุงไทย
เป็นคนละที่ คนละส่วน แยกกับบริหารค่ะ
อย่าเอามาปนกัน
อย่าไปเคืองแค้น ก่นด่าสิ่งที่ผ่านมาเลยค่ะ แล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคน
สำหรับหลายๆคน พูดตรงกันว่า KTC ทวงน้อย สุภาพ ไม่โหด แต่ส่วนลด "เขี้ยว"
เป็นแทบทุกธนาคารสำหรับ ธนาคารคนไทย อาจจะด้วยกำไรไม่มาก เท่ากับธนาคารต่างชาติ
คุณบอกว่า พวก non-bank ให้แฮร์คัทราคางาม แล้วคุณรู้ไหมพวก non bank มันคิดดอกเบี้ยเราถูกกฎหมายหรือเปล่า?
แล้วพูดจริงๆ มีใครเคยได้ราคาแฮร์คัทงามๆ แบบ อ๊ะ...ไม่ต้องขนาด 50/50 หรอก
เอาแค่ "ใครเคยได้แฮร์คัทจากธนาคารบัวเน่าในราคา 30% บ้าง?" ขอเสียงหน่อย
อยู่เป็นสมาชิก จนเป็นกรรมการในชมรม ป่านนี้ ยังไม่เคยเห็นบัวเน่าให้ราคาแฮร์คัทเลย ดูดเงินในบัญชีอีกต่างหาก บัดซบสุดๆ

บัวเคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่า เป็นหนี้ก็ต้องชดใช้
ตอนที่เราได้หยุดจ่าย เป็นเวลาที่เราได้ทบทวนตัวเอง ได้เก็บออมช่วงหนึ่ง
ต้องอดทน อดกลั้นมากๆ ทุกๆคนล้วนมีอุปสรรคในการเก็บเงิน แต่ก็ต้องพยายาม เหมือนเราต้องพยายามแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองผิดพลาดไป
นอกจากเราไม่ชักดาบแล้ว ตัวเราก็ต้องอยู่รอดด้วย
ใครฟ้องเร็ว ให้สวนลดดีกว่า ก็จ่ายไป แล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคน
KTC ฟ้องช้า แต่ฟ้องแล้ว ใช้ทนายเขี้ยว
นโยบายของแต่ละที่ เป็นตัวกำหนดราคาแฮร์คัท
สำหรับกอบัว ได้ราคาแฮร์คัทของ KTC ต้นปี 54 ที่ 50% ขึ้นไปทั้งนั้น แล้วแต่จังหวะเวลา และนโยบาย
แต่คุณไปอ่านกระทู้พวกนี้ ปีนี้ส่วนลดไม่ค่อยมี แต่เขาให้ปลอดดอกตั้งหลายเดือน
อย่าพึ่งไปก่นด่า สาปแช่งเขา

ตัวเราเองไม่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางของลมได้ แต่เราปรับเปลี่ยนใบเรือของเราได้

ทำอย่างไร ให้เราอยู่ได้ และเขาได้เงินคืน พบกันคนละครึ่งทาง
ทุกคนต้องมีทางออก คุณต้องหาทางนั้นให้ได้ด้วยตัวเอง
www.consumerthai.org/debtclub/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=5&id=3527&Itemid=29#4334
www.consumerthai.org/debtclub/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=5&id=2930&Itemid=29#4136
www.consumerthai.org/debtclub/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=5&id=192&Itemid=29
www.consumerthai.org/debtclub/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=6&id=3514&Itemid=29#3526
www.consumerthai.org/debtclub/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=5&id=3338&Itemid=29#3434
www.consumerthai.org/debtclub/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=6&id=3183&Itemid=29#3183

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4568 โดย chaowalert
เรื่องของเคขอทีนั้นผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เราไม่มีเงินจ่ายหนี้ได้เจ้าหนี้เขาก็มีวิธีกดดันเราทุกวิธีทางส่วนผมเคขอทีมันเป็นเรื่องปกติที่เราต่างคนต่างดันทำไม่เราต้องให้เขาทำกับเราได้ฝ่ายเดียวเราก็มีวิธีของเราไม่ว่าจะธนาคารไหนแบบไหนผมก็มิแคมันมีแนวทางด้วยกันทั่งนั้น

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4577 โดย พีจัง

somcha78 เขียน: บัตร KTB ทั้งบัตรเครดิต และ สินเชื่อพร้อมใช้ เป็นอะไรที่ไร้ความกรุณาต่อลูกหนี้ กรณีไม่มีเงินมาปิด
ที่ผมขึ้นหัวข้อแบบนี้ เพราะ เห็นการกระทำของบริษัท บัตรกรุงไทย มหาชน
ถ้าท่านไม่มีเงินก้อนมาปิด การคุยทางโทรศัพท์ ไม่มีประโยชน์ใดๆ
หรือขอต่อรอง แบบ 50:50 หรือ 60:40 โอกาสเกิดยากในช่วงแรกๆ

ถ้าเจ้้าหน้าบอกว่า ให้ไปเจรจากับทนายเอง ที่ศาล
สิ่งที่คุณจะได้ คำตอบ เมื่อไปศาล คือ
1 ถ้ามีเงินก้อนปิด ต้องไปเจรจาฝ่ายประนอมหนี้ใหม่ โยนไปโยนมาใหม่
ทนายความ ไม่มีอำนาจเสนอปิด แต่มีอำนาจแค่ผ่อน เท่านั้น เท่านี้ พร้อมอัตราดอกเบี้ย
กับ จำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้อง ซึ่งรวมดอกเบี้ย และค่าปรับแล้ว
(ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกหนี้ ไม่ต้องการเลย ลูกหนี้ ต้องการแค่เงินต้นก็พอแล้ว ในวันฟ้อง
ที่เหลือยกให้ แล้ว เจรจากันใหม่ ไม่รู้ถึง ห้วอกคนเป็นหนี้ ว่ามันทุกข์มากแค่ไหน)

2 ถ้าไม่มีเงินก้อนมาปิด เตรียมตัวได้เลย ต้องทำสัญญายอมความกัน
โดยคิดดอกเบี้ยเท่านั้น เท่านี้ พร้อมผ่อนเดือนละเท่านั้น เท่านี้
ล่าสุด ทราบมาว่า
ถ้ามีเงินมาก ปิดได้ภายใน 6 เดือน ไม่คิดดอกเบี้ย แต่ ต้องชำระตามทุนทรัพย์ที่ฟ้อง
อย่างนี้ จะทำไปทำไม ผ่อนดอกเบี้ยไปก่อนดีกว่า แล้ว เจรจา ปิดไม่ดีกว่าหรือ
สิ่งที่ลูกหนี้ ต้องการ ลดเงินต้นลงมา บางส่วน (ดอกเบี้ย,ค่าปรับ ยกให้อยู่แล้ว)
นั้นแหละ ถึงจะมีความกรุณาต่อลูกหนี้ ดอกเบี้ยที่ผ่านมา ก็จ่ายไปมากอยู่แล้ว
3 ถ้าท่านต้องประวิงเวลา เลื่อนคดีไปก่อน ตั้งทนาย สู้เรื่องคิดดอกเบี้ยผิดไปก่อน ง่ายที่สุด

ขอโทษ ที่ขอระบายเรื่องของ KTB เพราะ KTB เท่าที่เจอ เป็น ธนาคารเดียว ที่ไม่มีความกรุณาต่อลูกหนี้จริงๆ อย่างเช่น กลุ่ม NON BANK จะดีกว่า กลุ่ม BANK เยอะ เพราะ เป็นหนี้ มาเกือบทุกสถาบันการ
เงินครับ ถึงจะข่มขู่ จะชวนทะเลาะ แต่ถึงเวลาจริงๆ ถ้ามีเงินพอปิด แบบ 50:50, 60:40
ไม่ว่า บัตร central
บัตร quick cash
บัตร Lotus
บัตร กรุงศรี
บัตร eaon
บัตร easy-buy คุยกันได้

ส่วนธนาคาร
ก็ เช่น ไทยพาณิชย์
uob
กรุงเทพ
กสิกร
ยังคุยกันง่าย รวดเร็ว และมีความกรุณามากกว่า

ท่านทราบหรือไม่ KTB มีนโยบายใหม่ ออกมา ถ้าไปคุยที่ศาลหรือ
เรื่องต่อรองเรื่องดอกเบี้ย หรือ ทุนทรัพย์ที่ฟ้องหรือ เลิกคิดได้ ต้องมีเงินก้อนเท่านั้น อย่างเดียว
ถึงจะไปเจรจา รอบนอกกันใหม่

เขียน มานี้ อยากให้คนทำงาน ที่ KTB รับทราบไว้ด้วย
ลูกหนี้ มีความทุกข์อยู่แล้ว แต่ละปี bank ก็กำไรสุทธิ ปีหนึ่งเป็น หมื่นๆ ล้านบาท
ทำไม ถึงไม่มีฝ่ายหรือแผนก ที่มีความกรุณาต่อลูกหนี้
คุยง่าย ปิดง่าย ลดดอกเบี้ยให้ หรือ ไม่คิดดอกเบี้ย เหมือนที่อื่นๆ เขาทำกัน

ผมอาจจะเขียน ตกหล่นไปบ้าง แต่เห็นการกระทำ ของ KTB แล้ว
ช่างไร้น้ำใจ เงินก็ไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นของ bank
แต่กลับไม่รู้สึก รู้สา ถึงความทุกข์ของคนที่เป็นหนี้
บางคนคงสะใจว่า แล้วเสือกไปกู้เขามาทำไม
ถ้าจะตอบ ก็คือ แล้วปล่อยกู้ทำไม ดอกเบี้ย 20 % กับเงินฝาก 0.50 % อนิจา


พูดเหมือนถอดใจแล้วเลย มาตัดพ้อต่อว่าซะงั้น

หลายๆที่ผมรู้จัก ได้ส่วนลดเจ้าที่คุณพูดถึง 50 % แน่ๆ

มีป้าอีกคนนึงที่ office ผ่อนยาว 3 ปี ดือน ละ 1000 - 3000

พอจะครบ 3 ปี ได้ปิดส่วนลดอีก 50% ก็มี



มองตามความเป็นจริงนะครับ

เอาเงินเขามา ก็ต้องเอาคืนเขาครับ อย่าไปคาดหวังมากกับ 50 - 60 %

มันจะทำให้เราเห็นแก่ได้ มองโลกแคบ

ณ วันที่ต้องหมุนเงินจนเจียนตาย

เครียดจนกินไมได้นอนไม่หลับ มาหลายปี

แค่รู้ว่า "อ้าว สามารถหยุดได้หรือ"

แค่นี้ก็ทำให้สามารถ "ต่อชีวิตเรา" หรือ "เห็นแสงสว่างได้แล้ว"

จากที่อยู่ในโลกมืดแห่งหนี้บัตรเครดิตโดยที่ไม่รู้ว่าจะมีวันออกมาได้ไหม

หากยังหมุนอยู่อย่างนั้น

ส่วนการเก็บเงินทันหรือไม่ทัน อยู่กับเรา

ส่วนลดมากหรือน้อย อยู่กับเจ้าหนี้อยากปิดหนี้กับเราช้าหรือเร็ว

หากไม่ไหว กระบวนการทางศาล ไม่ได้ทำร้ายเราเลย การอายัดเงินเดือน

ยังเป็นวิธีการปลดหนี้อย่างหนึ่งที่ทำให้เราอยู่ได้ ไม่อดๆอยากๆ

แถมยังได้ใช้หนี้แบบไม่ต้องมาเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง(ถ้าเรามีความเข้าใจ)

เพราะผ่อนไปทีละเจ้าแถมยังพอมีเงินแบ่งไว้ให้กินให้ใช้


เขาให้ประนอมหนี้ผ่อนหน้าศาลดีเท่าไหร่แล้ว

รู้ไหมก็เป็นโอกาสให้เราเก็บเงินก้อนให้ทันแล้วสามารถมาขอปิดได้เหมือนกัน

ผมเจอมาหลายเคส ผ่อนไปจะครบ 3 ปี ใช้ชีวิตสุขสบาย

พอจะครบ 3 ปี ยังมาให้ส่วนลดปิดอีก ก็มี



อย่าคาดหวังกับ 50 - 60 % ให้มากเกินไป มันทำให้เราเป็นคนละโมบ

คิดซะว่าเรามีกินอยู่ได้ ไม่ร้อนใจเหมือนเมื่อก่อน มีโอกาสเก็บเงินใช้หนี้

มีโอกาสที่จะหมดหนี้ ดีเท่าไหร่แล้ว

เรื่องของส่วนลดถือว่าเป็นของแถม หลังจากเป็นลูกหนี้ชั้นดีมานานก็พอ




และที่สำคัญ ไม่ทราบคุณพึ่งมาใหม่หรือเปล่า

ถึงรีบสรุปซะขนาดนี้น

ส่วนใหญ่ KTC ไม่ใช่ KTB นั้น

จะให้เวลาเก็บเงินคุณ 1ปี ถึง 2 -3 ปีด้วยซ้ำ

ถือว่านานพอดู สำหรับการเก็บเงินก้อน

(ไม่ต้องอ้างเจ้าหนี้เจ้าอื่นนะ เพราะทุกเจ้าคงไม่รอให้คุณผ่อนเจ้าอื่นให้หมดก่อนแล้วค่อยมาผ่อนเขาหรอก)

คุณทำการบ้านมาน้อยไปมั้งๆ แค่คำขู่ หรือ การกดดัน และอาจอ่านกระทู้เพื่อนๆมานิดๆๆ หน่อยๆ

ก็เอามาสรุปซะอย่างนั้น ว่า KTC เขี้ยว บัตรเครดิตของธนาคารเขี้ยวกว่านั้นเยอะมาก

การจะแก้หนี้ ไม่ใช่ หยุด และ รอ เพียงอย่างเดียว

ต้องขวนขวายศึกษาหาวิธีการ

รับมือ


โต้ตอบ


หลอกล่อ


ต่อรอง


แม้กระทั่งกดดันเจ้าหนี้


ซึ่ง ที่นี่มีกรรมการคนเก่งๆ คอยเปิดอบรมให้อยู่เรื่อยๆ

หรือแม้แต่ วิธีของ กรรมการ เพื่อนๆ แต่ละคนที่เอามาเล่าสู่กันฟัง

เอามาเป็นประสบการณ์ของตัวเอง แล้วใช้ซะ เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง

เจ้าหนี้เขาก็เข้ามาตามอ่านกระทู้พวกเราทุกวันล่ะ

อาจมาสมัครเป็นสมาชิกอยู่ด้วยซ้ำ

เขาก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งเงินเรา (แต่มุขควายก็ยังพอมีอยู่)

เราก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเรา ให้ทัน ให้รู้ และให้เก่งกว่าให้ได้

ไม่ใช่แค่ หยุด และ รอส่วนลด เพียงอย่างเดียวแน่ๆ

ผมบอกกับเพื่อนสมาชิกทุกคนไว้เลยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ จ.ข.ก.ท. เท่านั้น

ไม่มีใครช่วยคุณได้ดีที่สุด เท่าตัวคุณเอง

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4580 โดย devil angel

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4581 โดย feb
เข้าใจความรู้สืก จขกท. เลย
เราเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งทำยอมหน้าศาลกับ KTC

นโยบายใหม่ที่มอบให้

ปิดที่ยอดทุนทรัพย์ตามฟ้องทั้งหมด
เพียงแต่ระยะเวลาผ่อน และดอกเบี้ยต่างกัน
6 เดือน 0%
12 เดือน 7.5%
36 เดือน 10%

เตรียมเงินไว้ H/C แล้วนะ
ป่วยการจะเจรจา (เพราะเจรจาแล้วเมื่อปีที่แล้วได้ 30% ยึกยักเอง)
ก็เขาบอกว่านโยบายใหม่ไง

วันไปยอมความ เหมือนเราไปกู้เงินใหม่อีกรอบหนึ่งเลย แต่ดอก 10% ไง

ก็ดีไปอย่างเก็บเงินไว้ให้แน่น รอขอส่วนลดปิดบัญชีภายหลังอย่างที่พี่ๆเขาบอก

หรือคิดซะว่า เฉลี่ยกันไปกับที่ได้ส่วนลดจากเจ้าอื่น (ปลอบใจตัวเอง)

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา - 8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4602 โดย kaewja
:wake: ตื่นเถอะค่ะ หากคุณขยันอ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับ KTC อย่าง
จริงจัง คุณจะเห็นว่า นโยบายเขาไม่เคยลด 50-60% มีน้อยคนที่
เคยได้

การตั้งธงว่า ต้องได้ระดับนี้เท่านั้น จะทำให้คุณหงุดหงิดใจเปล่าๆ

เราต้องรับความจริงว่า เราเอาเงินเขามาใช้ เราให้เขาสำรองจ่าย
ให้เราเพื่อเราได้รับความสุขสบายใจและกายมากสักพักใหญ่ เขา
ทำการค้าก็ต้องหวังผลกำไรเป็นเรื่องปกติค่ะ

หลายแบงค์เขาก็มอบนโยบายให้ทนายคุยกับเราในระดับ 1 แต่
หากต่อรองมากกว่านั้น คุณก็ต้องใช้การเจรจาเจาะไปคุยกับผู้ที่
มีอำนาจในการอนุมัติ คงเหมือนการทำงานในทุกบริษัทค่ะ
ลูกน้องแถวหน้ามีอำนาจแค่นี้ พอผ่านเข้าไประดับหัวหน้า/ ผู้จัดการ
ก็มีอำนาจอีกขั้น

การที่เขาจะลดหรือไม่ อยู่ที่เจ้าหนี้ แล้วเราจะรับหรือไม่ อยู่ที่
กระเป๋าเราค่ะ เขาเสนอมา คุณทำไม่ได้ ก็ปฎิเสธไป รอไปต่อ
รองคนใหม่ มันก็เดินไปตามระบบ จนกว่าจะจบหนี้ ของแก้วจ๋า
มีทนายไปกับคนของ KTC ที่ได้รับมอบหมายมาเจรจา ก็ตอบเรา
ได้แค่ระดับ 1 ที่เรายังไม่โอเค เราก็หาทางเข้าไปคุยกับคนที่
เราคุยได้ ก็ได้ลดมาหน่อยและผ่อนน้อยไปเรื่อยๆ จนกว่าใคร
สักคนทนไม่ไหวมาขอต่อรองปิด มีตัวแทน KTC เสนอลด 50แต่
ต้องจ่ายงวดเดียว เราไม่มีให้เพราะยอดมันสูงค่ะ ก็ต้อง bye bye

ทำใจสบายๆๆๆ หากคิดอยากได้ส่วนลดเยอะๆๆ ของมันก็ต้องเน่า
มากๆๆๆ ลองคิดว่า จะต้องนานแค่ไหนถึงเน่ามากค่ะ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

ผู้ดูแล: Badmankonsiam
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.530 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena