เป็นหนี้บัตรเครดิต มีหมายศาลมา จำเลยที่ 1 ไม่สามารถไป

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4273 โดย walailux.aom
เป็นหนี้บัตรเครดิตของ citibank
ซึ่งจริงแล้วจ่ายทุกงวด มีกำหนดจ่ายเดือนละ 4000
แต่มีเงินจ่ายแค่เดือนละ 1000 ทำแบบนี้เรื่อยมา โดนคนโทรหนี้ตามว่าเรื่อยมา ก็อดทน
เพราะไม่มีจ่ายจริง
ดอกก็เพิ่ม เรื่อย ๆ มา ยิ่งจ่าย ก็ไม่ค่อยลด
พอดีมีเงินก้อนไปโป๊ะ เขาก็ไม่ยอม สงสัยต่ิอรองมากไป เถียงไปเถียงมา
ก็เลยถูกหมายศาล นัดเดือน มีนาคม นี้

แต่ติดปัญหา

จำเลยที่ 1 ไปไม่ได้ จำเลยที่ 2 ไปคนเดียวได้ไหมค่ะ

จำเลยที่ 1 คือแม่ แต่แม่แก่มากแล้ว เดินก็ไม่ไหว
จำเลยที่ 2 คือลูก

แล้วจำเลยที่ 2 ต้องเอาเอกสารอะไรบ้างของจำเลยที่ 1
หรือจะต้องทำอย่างไร บ้่าง

ขอคำปรึกษา้ด้วยนะค่ะ สงสารญาติเค้าพาแม่เขาไปไม่ไหว


ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4285 โดย กอบัว
คุณแม่ของคุณเป็นบัตรเสริม ใช่ไหมค่ะ
เรื่องหนี้ที่เกิดจากบัตรเสริม หรือบัตรหลัก โดยประกาศธนาคาแห่งประเทศไทย ประกาศไว้ชัดเจนว่า บัตรหลักต้องเป็นคนรับผิดชอบทุกประการ
กระทู้นี้ คุณนกกระจอกเทศ อธิบายไว้ชัดเจนมากๆ ในกระทู้เดิมๆ (เสียดายหายไปแล้ว)
บัว copy file ตัวนี้เอาไว้ ค่อยๆอ่านไปนะคะ
เป็นการถามตอบ ในเบื้องต้นระหว่าง คุณอนงค์นุช และ คุณมามี่โป๊ะโกะ

สวัสดีค่ะคุณมามี่โปโก๊ะ ดิฉันเองก็มีปัญหาที่จะต้องโดนฟ้องโดยมีบัตรเสริมพ่วงเป็นจำเลยร่วมด้วย 2 คน ค่ะ นึกๆแล้วรู้สึกแย่จริงๆเลยค่ะที่ดิฉันต้องให้ทั้งสองคนมาเป็นผู้ร่วมชะตากรรมในหมายศาลด้วย นึกไม่ถึงจริงๆเลยค่ะว่าสิ่งที่ดิฉันทำไปเพื่อคนทั้ง2นั้นจะกลายเป็นดาบสองคมที่ไม่คาดคิดเลยจริงๆ
คิดแต่เพียงว่าถ้าบัตรหลักก่อหนี้ บัตรเสริมก็ไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่ที่ไหนได้มารู้ทีหลังเมื่อเข้ามาอ่านข้อมูลจากบอร์ดเก่าไม่นานมานี้เองค่ะ ได้อ่านข้อมูลคุณแล้ว จึงนึกขึ้นได้ว่าจะทำอย่างไรให้บัตรเสริมที่เป็นจำเลยร่วมนั้นหลุดพ้นจากคดีโดยให้ศาลท่านยกฟ้อง
เพราะไม่อยากให้ต้องมาติดเครดิตบูโรด้วยกันทั้งบ้าน เพราะถ้าหากหาทางให้ศาลท่านตัดสินยกฟ้องให้ได้ก็สามารถให้ทางธนาคารเจ้าของบัตรออกหนังสือปลอดภาระหนี้ให้เพื่อไปขอทำเรื่องยกเลิกชื่อให้เป็นสถานะปกติจากบูโรได้ ถ้าหาทางไม่ได้คงอดตายกันทั้งบ้านแน่ๆเลยค่ะ ดิฉันตายไปทางการเงินคนเดียวก็แย่มากพอแล้วค่ะ
ดังนั้นจึงขออาศัยกะทู้นี้ สอบถามคุณนกกระจอกเทศหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฏหมายทุกท่าน ได้ให้คำแนะนำเป็นความรู้เสริมให้ได้อ่านด้วยกันนะค๊ะ
ตามข้อมูลจาก จ.ข.ก.ท.บอกว่ามีบัตรเสริมสามีเป็นจำเลยที่2ด้วย และ ทนายก็บอกว่าจำเลยที่2 ไม่มาทำยอมความไม่ได้
ในกรณีเดียวกันกับดิฉัน(ปัจจุบันยังไม่ได้รับหมายค่ะ คาดว่าคงอีกไม่ช้าไม่นานนี้จะได้รับจึงขอถามไว้เป็นแนวทางก่อน)ดิฉันเป็นบัตรหลักที่คงจะต้องมีบัตรเสริม2ใบเป็นจำเลยร่วมด้วย ซึ่งคิดว่าคงไปศาลกับดิฉันไม่ได้

1.ขอถามว่าอย่างนี้ดิฉันไปขอใบมอบอำนาจจากศาลมาให้จำเลย(บัตรเสริม)ทั้ง2คนเซ็นต์ให้ดิฉันไปแทนได้หรือไม่ค๊ะ?
2.ถ้ามอบอำนาจได้ ดิฉันขอแต่งตั้งทนายให้เขียนคำให้การเพื่อขอให้ศาลท่านยกฟ้องจำเลยที่2และ3จะได้หรือไม่ค๊ะ เพราะทั้งสองคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำนวนหนี้สินทั้งหมดเลย ถ้าได้พอจะอ้างข้อกฏหมายข้อใด หรือ ข้อเท็จจริงเรื่องใดได้บ้างมั้ยค๊ะ?
เมื่อ2อาทิตย์ก่อนดิฉันเคยโทรเข้าไปรบกวนคุณนกกระจอกเทศแล้วแต่ไม่ได้คุยละเอียดมากนักเนื่องจากเกรงจะรบกวนเวลาคุณนกกระจอกเทศมากไป แต่คุณนกกระจอกเทศมีคำแนะนำว่าก็ให้ชี้แจงไปต่อหน้าศาลท่านเลยว่าจำเลยที่2และ3ไม่ได้ใช้จ่ายด้วยจริง เพราะดิฉันสามารถอ้างอิงได้จากใบแจ้งยอดของทุกเดือนเป็นหลักฐาน และถึงแม้ดิฉันจะไปทำยอมความตามคำพิพากษาว่าต้องจ่ายตามยอดที่โจทก์ร้องมาทั้งหมดโดยผ่อนชำระตามคำสั่งศาล แต่ดิฉันก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้ว่า จะมีแนวทางไหนที่จะระบุในคำให้การต่อสู้คดียังไงดีเพื่อจะขอให้ท่านยกฟ้องจำเลยที่2และ3ไปเลย
ดิฉันขอเรียนตามตรงค่ะว่า ไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องมาเดือดร้อนด้วย เผื่อว่าในอนาคตหลังจากที่ดิฉันทำยอมความรับสภาพหนี้ไปแล้วดิฉันชำระหนี้ให้ตามคำพิพากษาไม่ได้ ดิฉันก็จะได้ถูกบังคับคดีคนเดียวเท่านั้นค่ะ ไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องมาจ่ายหนี้แทนดิฉันค่ะ บาปจากหนี้นี้ดิฉันเป็นคนก่อ ดังนั้นดิฉันก็ไม่อยากโยนบาปให้บุพกาลีและพี่น้องต้องมารับชดใช้กรรมด้วยค่ะ
ก่อนหน้าที่จะโทรปรึกษาคุณนกกระจอกเทศไม่นานนัก ดิฉันได้ติดต่อกับน้องสมาชิกที่นี่รายหนึ่งที่เธอถูกฟ้องให้ใช้หนี้แทนบัตรหลัก เธอแต่งตั้งทนาย สู้จนชนะคดีให้ศาลตัดสินให้ยกฟ้องเธอซึ่งเป็นบัตรเสริมโดยไม่ต้องจ่ายเลยซักบาทเดียว เธอได้ส่งเอกสารเกี่ยวกับประกาศของธปท.เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และ เงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต มาให้ 2 ฉบับ ทั้ง2ฉบับจะมีหัวข้อความหมายของบัตรหลัก และ บัตรเสริมระบุไว้ให้อ่าน (ฉบับที่1. ลงวันที่ 23 มีนาคม 2547 ที่มีข้อความว่าให้ยกเลิกประกาศธปท.ฉบับลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 และ ฉบับที่2. ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2549 ที่มีข้อความว่าให้ยกเลิกประกาศธปท. ลงวันที่ 4 มีนาคม 2548) เธอส่งมาให้เพียงเท่านี้ ตอนแรกยังคิดว่าเธอคงจะส่งสำเนาใบคำฟ้องและคำให้การต่อสู้คดีมาให้ได้อ่านและศึกษาด้วย แต่ก็ไม่มีส่งมา แต่ดิฉันก็ไม่ได้โทรฯสอบถามเธอเพิ่มเติมค่ะว่าเธอมีสำเนาเก็บไว้หรือไม่ค่ะ
ตอนที่โทรคุยกันเธออ้างให้ฟังอีกอย่างด้วยค่ะว่า ทนายสามารถแย้งเรื่องบัตรที่ทำก่อนปี 2547 หรือ ทำหลังปี 2547 ได้ด้วยนะค๊ะว่าไม่ว่าจะทำก่อนหรือทำหลังโจทก์ก็ไม่สามารถฟ้องให้บัตรเสริมชำระหนี้แทนบัตรหลักได้ เพราะกฏหมายระบุไว้แล้ว แต่ดิฉันก็ไม่รู้จะถามอะไร ยังไง กับเธอต่อไปถึงจะเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นกว่านี้เพราะข้อมูลดิฉันมีไม่มากพอที่จะถามเธอ (บัตรที่ดิฉันทำๆในปี2546ค่ะ) ที่จริงก็เสียดายค่ะทีเธอไม่ได้ส่งสำเนาร่างคำให้การมาให้อ่านด้วย ได้มาอย่างน้อยๆก็พอเป็นแนวทางได้บ้าง เขียนตามเธอไม่ได้อย่างน้อยได้มาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ก็น่าจะดี
ที่จริงดิฉันอยากให้เบอร์มือถือที่เธอให้ไว้ในบอร์ดเก่ามาบอกให้คุณนกกระจอกเทศลองโทรไปสอบถามเธอด้วยซ้ำไปค่ะ เพราะคิดว่าคุณนกกระจอกเทศคงยิงคำถามเธอได้จนเป็นที่เข้าใจ ฟังจากเสียงของเธอๆน่ารักค่ะอัธยาศัยดีมากๆค่ะ ดิฉันคุยกับเธอเกือบครึ่งชั่วโมงแต่ไม่ได้เนื้อเลยค่ะ ได้แต่น้ำซะเป็นส่วนใหญ่ หากคุณนกกระจอกเทศพอจะมีเวลาเพื่อโทรฯสอบถามกับเธอให้กระจ่างในเรื่องที่ว่าทำบัตรก่อนหรือหลังปี2547ก็ไม่จำเป็นต้องรับใช้หนี้แทนบัตรหลักเพราะเหตุใด? และในประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวกับข้อมูลทางด้านกฏหมายในคำให้การ เธอยินดีตอบทุกคำถามนะค๊ะเพียงแต่ว่าดิฉันถามเธอไม่เป็นค่ะว่าจะถามยังไงเพื่อที่จะได้คำตอบ แต่หากคุณนกกระจอกเทศจะกรุณาช่วยเหลือ ให้โทรฯไปที่หมายเลขนี้เลยนะค๊ะ 081-375**** เธอชื่อคุณอ้อยค่ะ (หากดิฉันทำอะไรให้คุณนกกระจอกเทศรู้สึกขุ่นเคืองในคำที่ให้ช่วยเหลือก็ขออภัยเป็นอย่างมากนะค๊ะ และ อย่าได้ถือสาเลยค่ะ ดิฉันบ้องตื้นและจนปัญญาที่จะถามเธอจริงๆค่ะ)
ส่วนประกาศทั้ง 2 ฉบับที่เธอให้มา ดิฉันยังต้องตามหาประกาศอีก1 ฉบับ คือ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 แต่ไม่พบข้อมูลเลย ไม่มีแจ้งไว้เลยสักแห่งค่ะ เพราะอยากรู้ว่ารายละเอียดในประกาศมีไว้อย่างไร จะได้นำมาไล่เรียงกับ 2 ฉบับที่มี เพราะอย่างน้อยๆก็จะต้องมีข้อความระบุถึงความหมายของบัตรหลัก และ บัตรเสริม ในฉบับนี้ด้วย แต่หมดปัญญาแล้วค่ะ จากนี้ก็ได้แต่รอหมายศาลมาถึงมือ ถ้าได้มาเมื่อไหร่จะหอบเอกสารและหมายศาลเดินทางลงไปพบปะกับคณะกรรมการผู้ใจดีที่สวนลุมฯเพื่อขอคำแนะนำและขอถือโอกาสไปเยี่ยมเยียนหลายๆท่านที่ดฉันรู้จักแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเห็นตัวจริงเลยซักครั้ง อยากไปขอบคุณต่อหน้าทุกท่านค่ะ
ขอขอบพระคุณทุกๆท่านมากนะค๊ะที่ได้มอบแต่สิ่งดีๆให้กับดิฉันมาตลอด อีกไม่นานค่ะคงได้มีโอกาสหอบหิ้วขนมและของฝากประจำจังหวัดไปให้ได้รับประทานกัน ขอให้คุณมามี่โปโก๊ะและสมาชิกทุกท่าน ปลดหนี้ได้ในเร็ววันนะคะ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4286 โดย กอบัว
และนี่เป็นคำถาม คำตอบ ที่คุณอนงค์นุช ถาม และพี่นกกระจอกเทศ ประธานชมรมฯ ตอบ

ถาม : ตามข้อมูลจาก จ.ข.ก.ท.บอกว่ามีบัตรเสริมสามีเป็นจำเลยที่2ด้วย และ ทนายก็บอกว่าจำเลยที่2 ไม่มาทำยอมความไม่ได้
ตอบ : ถูกต้อง
ถาม : อย่างนี้ดิฉันไปขอใบมอบอำนาจจากศาลมาให้จำเลย(บัตรเสริม)ทั้ง2คนเซ็นต์ให้ดิฉันไปแทนได้หรือไม่ค๊ะ?
ตอบ : ได้...แต่ต้องติดอากรแสตมป์ 30.-บาท

ถาม : ดิฉันขอแต่งตั้งทนายให้เขียนคำให้การเพื่อขอให้ศาลท่านยกฟ้องจำเลยที่2และ3จะได้หรือไม่ค๊ะ
ตอบ : การเขียนคำให้การ...เพื่อขอให้ศาลช่วยพิจารณา "ยกฟ้อง" จำเลยที่2 และ จำเลยที่3 น่ะ...มันเขียนได้อยู่แล้ว
แต่ศาลท่านจะเห็นชอบในการ "ยกฟ้อง" ให้ด้วยหรือไม่?...มันก็แล้วแต่ศาล...
และก็แล้วแต่ สำนวนคำให้การของคุณ , หลักฐานต่างๆ , การสืบพยานโจทก์ , การสืบพยานเอกสาร , การซักค้านของคุณในระหว่างการสืบพยาน , ฯลฯ ,...รวมทั้งเทคนิคและความแม่นยำในข้อกฏหมายต่างๆ ที่คุณจะหยิกยกเอามาใช้เป็นประเด็นในการต่อสู้คดี

ถาม : เพราะทั้งสองคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำนวนหนี้สินทั้งหมดเลย
ตอบ : ถ้า"สมมุติ"ว่าผมเป็นทนายโจทก์นะ...ผมจะซักถามคุณในระหว่างการสืบพยานจำเลยว่า "ถ้าจำเลยทั้งสอง (หมายถึงจำเลยที่2 และที่3) ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนี้สินเลย ตามที่จำเลยที่1 (ตัวคุณ) กล่าวอ้างมา...แล้วเหตุใด? จำเลยที่2 และที่3 จึงไม่ยอมมาให้การอันเป็นประโยชน์แห่งตนเอง ในชั้นสืบพยานล่ะ?" (แปลเป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า ถ้าทั้งสองคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนี้ แล้วทำไมถึงไม่ยอมมาศาลเพื่อชี้แจงด้วยตัวเองล่ะ?...หนีศาลทำไม?)

ถาม : ถ้าได้พอจะอ้างข้อกฏหมายข้อใด หรือ ข้อเท็จจริงเรื่องใดได้บ้างมั้ยค๊ะ?
ตอบ : ถ้าคุณกล้ายอมรับข้อเท็จจริง ในเรื่องที่คุณเจตนาทำการ “ปลอมเอกสาร” ของจำเลยที่2 และที่3 โดยที่จำเลยทั้งสองไม่ได้รับรู้ถึงการกระทำดังกล่าวของคุณมาก่อน...จำเลยที่2 และจำเลยที่3 ก็รอดตัวไป
เพียงแต่ว่า...คุณจะกล้ายอมรับหรือเปล่าล่ะ?
เพราะถ้าคุณรับสารภาพ...คุณก็จะโดนฟ้องเพิ่มให้เป็น “คดีอาญา” ในความผิดฐานปลอมเอกสาร เกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้วยังอาจมีประเด็นว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงอีกด้วยเอาแค่ประเด็นความผิดฐานปลอมเอกสาร เกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพียงแค่ข้อหาเดียว...คุณก็ “อ่วม” แล้วครับ เพราะมีโทษ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดเอาไว้ให้ในกระทู้ด้านล่างนี้
ถาม : เมื่อ2อาทิตย์ก่อนดิฉันเคยโทรเข้าไปรบกวนคุณนกกระจอกเทศแล้วแต่ไม่ได้คุยละเอียดมากนักเนื่องจากเกรงจะรบกวนเวลาคุณนกกระจอกเทศมากไป แต่คุณนกกระจอกเทศมีคำแนะนำว่าก็ให้ชี้แจงไปต่อหน้าศาลท่านเลยว่าจำเลยที่2และ3ไม่ได้ใช้จ่ายด้วยจริง เพราะดิฉันสามารถอ้างอิงได้จากใบแจ้งยอดของทุกเดือนเป็นหลักฐาน
ตอบ : นอกจากหลักฐานตาม “ใบแจ้งยอดหนี้” ของจำเลยที่2 และที่3 แล้ว...คุณยังสามารถใช้หลักฐานจาก “สถานะของยอดหนี้” ตามข้อมูลของเครดิตบูโรจากทั้งสองคน (จำเลยที่2 และจำเลยที่3) ไปใช้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่ชั้นศาลได้อีกด้วย
ถาม : และถึงแม้ดิฉันจะไปทำยอมความตามคำพิพากษาว่าต้องจ่ายตามยอดที่โจทก์ร้องมาทั้งหมดโดยผ่อนชำระตามคำสั่งศาล แต่ดิฉันก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้ว่า จะมีแนวทางไหนที่จะระบุในคำให้การต่อสู้คดียังไงดีเพื่อจะขอให้ท่านยกฟ้องจำเลยที่2และ3ไปเลย
ตอบ : ก็ใช้ ประกาศ/คำสั่ง ของ ธปท. ที่ว่าด้วยเรื่อง “การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต” ลงวันที่ 23 มีนาคม 2547...ตามคำสั่ง ในข้อ 4.2 และข้อ 4.3 สิครับ
ถาม : ดิฉันขอเรียนตามตรงค่ะว่า ไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องมาเดือดร้อนด้วย เผื่อว่าในอนาคตหลังจากที่ดิฉันทำยอมความรับสภาพหนี้ไปแล้วดิฉันชำระหนี้ให้ตามคำพิพากษาไม่ได้ ดิฉันก็จะได้ถูกบังคับคดีคนเดียวเท่านั้นค่ะ ไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องมาจ่ายหนี้แทนดิฉันค่ะ บาปจากหนี้นี้ดิฉันเป็นคนก่อ ดังนั้นดิฉันก็ไม่อยากโยนบาปให้บุพกาลีและพี่น้องต้องมารับชดใช้กรรมด้วยค่ะ
ตอบ : งั้นคุณก็ต้องต่อสู้คดี ให้จำเลยที่2 และจำเลยที่3 “ชนะคดี” หรือ”ยกฟ้อง” เพียงอย่างเดียว...เท่านั้น

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4287 โดย กอบัว
ถาม : ก่อนหน้าที่จะโทรปรึกษาคุณนกกระจอกเทศไม่นานนัก ดิฉันได้ติดต่อกับน้องสมาชิกที่นี่รายหนึ่งที่เธอถูกฟ้องให้ใช้หนี้แทนบัตรหลัก เธอแต่งตั้งทนาย สู้จนชนะคดีให้ศาลตัดสินให้ยกฟ้องเธอซึ่งเป็นบัตรเสริมโดยไม่ต้องจ่ายเลยซักบาทเดียว เธอได้ส่งเอกสารเกี่ยวกับประกาศของธปท.เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และ เงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต มาให้ 2 ฉบับ ทั้ง2ฉบับจะมีหัวข้อความหมายของบัตรหลัก และ บัตรเสริมระบุไว้ให้อ่าน (ฉบับที่1. ลงวันที่ 23 มีนาคม 2547 ที่มีข้อความว่าให้ยกเลิกประกาศธปท.ฉบับลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 และ ฉบับที่2. ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2549 ที่มีข้อความว่าให้ยกเลิกประกาศธปท. ลงวันที่ 4 มีนาคม 2548) เธอส่งมาให้เพียงเท่านี้ ตอนแรกยังคิดว่าเธอคงจะส่งสำเนาใบคำฟ้องและคำให้การต่อสู้คดีมาให้ได้อ่านและศึกษาด้วย แต่ก็ไม่มีส่งมา แต่ดิฉันก็ไม่ได้โทรฯสอบถามเธอเพิ่มเติมค่ะว่าเธอมีสำเนาเก็บไว้หรือไม่ค่ะ
ตอบ : โธ่เอ๋ย...ประกาศของ ธปท. ที่คุณกล่าวมาเนี่ย...ผมมีหมด”ทุกฉบับ”นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เรื่อยมาจนถึง พ.ศ.2555...มีทุกฉบับโดยไม่ขาดตกแม้แต่ฉบับเดียวเลยครับ
ถาม : ตอนที่โทรคุยกันเธออ้างให้ฟังอีกอย่างด้วยค่ะว่า ทนายสามารถแย้งเรื่องบัตรที่ทำก่อนปี 2547 หรือ ทำหลังปี 2547 ได้ด้วยนะค๊ะว่าไม่ว่าจะทำก่อนหรือทำหลังโจทก์ก็ไม่สามารถฟ้องให้บัตรเสริมชำระหนี้แทนบัตรหลักได้ เพราะกฏหมายระบุไว้แล้ว
ตอบ : ถูกต้อง
ถาม : แต่ดิฉันก็ไม่รู้จะถามอะไร ยังไง กับเธอต่อไปถึงจะเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นกว่านี้เพราะข้อมูลดิฉันมีไม่มากพอที่จะถามเธอ (บัตรที่ดิฉันทำๆในปี2546ค่ะ) ที่จริงก็เสียดายค่ะทีเธอไม่ได้ส่งสำเนาร่างคำให้การมาให้อ่านด้วย ได้มาอย่างน้อยๆก็พอเป็นแนวทางได้บ้าง เขียนตามเธอไม่ได้อย่างน้อยได้มาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ก็น่าจะดี
ตอบ : ถึงคุณมีโอกาสได้เห็นคำให้การตามที่คุณอยากได้ และต่อให้คุณได้ “ลอก” คำให้การเหมือนกับของเขาทุกประการ...แล้วพอถึงขั้นตอนในการ “สืบพยาน” ต่อหน้าท่านผู้พิพากษา...คุณซักค้านประเด็นต่างๆเป็นแล้วเหรอครับ?
ถาม : ที่จริงดิฉันอยากให้เบอร์มือถือที่เธอให้ไว้ในบอร์ดเก่ามาบอกให้คุณนกกระจอกเทศลองโทรไปสอบถามเธอด้วยซ้ำไปค่ะ เพราะคิดว่าคุณนกกระจอกเทศคงยิงคำถามเธอได้จนเป็นที่เข้าใจ ฟังจากเสียงของเธอๆน่ารักค่ะอัธยาศัยดีมากๆค่ะ ดิฉันคุยกับเธอเกือบครึ่งชั่วโมงแต่ไม่ได้เนื้อเลยค่ะ ได้แต่น้ำซะเป็นส่วนใหญ่ หากคุณนกกระจอกเทศพอจะมีเวลาเพื่อโทรฯสอบถามกับเธอให้กระจ่างในเรื่องที่ว่าทำบัตรก่อนหรือหลังปี2547ก็ไม่จำเป็นต้องรับใช้หนี้แทนบัตรหลักเพราะเหตุใด? และในประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวกับข้อมูลทางด้านกฏหมายในคำให้การ เธอยินดีตอบทุกคำถามนะค๊ะเพียงแต่ว่าดิฉันถามเธอไม่เป็นค่ะว่าจะถามยังไงเพื่อที่จะได้คำตอบ แต่หากคุณนกกระจอกเทศจะกรุณาช่วยเหลือ ให้โทรฯไปที่หมายเลขนี้เลยนะค๊ะ 081-375**** เธอชื่อคุณอ้อยค่ะ (หากดิฉันทำอะไรให้คุณนกกระจอกเทศรู้สึกขุ่นเคืองในคำที่ให้ช่วยเหลือก็ขออภัยเป็นอย่างมากนะค๊ะ และ อย่าได้ถือสาเลยค่ะ ดิฉันบ้องตื้นและจนปัญญาที่จะถามเธอจริงๆค่ะ)
ตอบ : แล้วทำไมผมต้องโทรไปถามเธอ ตามที่คุณแนะนำด้วยล่ะครับ?...ผมเคยคุยหรือเคยรู้จักกับเธอมาก่อนหรือยังไง?...แล้วอีกอย่าง การซักค้านประเด็นของจำเลยที่2 และจำเลยที่3 นั่นน่ะ...แค่หลับตาผมก็มองเห็นภาพหมดแล้ว ว่าจะแย้งในข้อต่อสู้อะไร? ใช้กฏหมายหรือประกาศฉบับไหน?...ของกล้วยๆ
ถ้าคุณยังไม่เข้าใจอีก...ผมจะสมมุติการเขียน “คำให้การ” แบบแย้งประเด็นฟ้องให้ดูเลยก็แล้วกัน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4289 โดย กอบัว
ตามคำฟ้องข้อ x. ตามที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่3 ต้องรับผิดชำระชอบหนี้ร่วมกับจำเลยที่1 นั้นจำเลยขอให้การว่า โจทก์ไม่สามารถอ้างได้ว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่3 ต้องรับผิดชำระชอบหนี้ใดๆร่วมกับจำเลยที่1 โดยอาศัยตาม ประกาศ/คำสั่ง ของ ธปท.ว่าด้วยเรื่อง “การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต” ลงวันที่ 23 มีนาคม 2547 ตามข้อ 4.2 และข้อ 4.3 ที่กำหนดเอาไว้ว่า
4.2 ในประกาศนี้
“บัตรหลัก” หมายความว่า บัตรเครดิตที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ออกให้แก่ผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภค ที่เป็นผู้มีรายได้หรือฐานะทางการเงินเพียงพอสำหรับการชำระหนี้ตามบัตรเครดิตได้
“บัตรเสริม” หมายความว่า บัตรเครดิตที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ออกให้แก่ผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภค ที่ผู้ถือบัตรหลักยินยอมให้ใช้จ่ายเงินภายในวงเงินของผู้ถือบัตรหลัก และผู้ถือบัตรหลักจะเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้อันเกิดจากบัตรเสริมทั้งหมด
4.3 คุณสมบัติของผู้ถือบัตรเครดิต
กรณีผู้ถือบัตรหลัก
ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต จะออกบัตรหลักให้แก่ผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภคได้ เมื่อผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภคมีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
(1) มีรายได้จากแหล่งที่มาต่างๆรวมกันไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท ต่อเดือน หรือไม่ต่ำกว่า 180,000 บาท ต่อปี โดยต้องแสดงหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของรายได้
(2) เป็นผู้มีรายได้หรือเคยมีรายได้จากการทำมาหาได้ของตนเอง โดยพิจารณาจากกระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงิน เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นผู้มีฐานะทางการเงินเพียงพอสำหรับการชำระเงินตามบัตรเครดิตได้
กรณีผู้ถือบัตรเสริม
ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตอาจออกบัตรเสริมให้กับผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติตาม (1)-(2) ข้างต้น หรือผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ ภายใต้สัญญาที่ทำกับผู้ถือบัตรหลัก โดยวงเงินการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรเสริม ต้องอยู่ภายในวงเงินของผู้ถือบัตรหลักเท่านั้น และผู้ถือบัตรหลักจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้อันเกิดจากบัตรเสริมทั้งหมด
ดังนั้นคำฟ้องของโจทก์ จึงเป็นการกล่าวอ้างที่ขัดต่อ ประกาศ/คำสั่ง ของ ธปท.ดังกล่าว ที่ระบุให้ “บัตรหลัก” จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้อันเกิดจากบัตรเสริมทั้งหมด แต่มิได้มีการระบุให้ “บัตรเสริม” จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้อันเกิดจากบัตรหลักแต่อย่างใด อีกทั้งมิได้มีข้อตกลงระบุไว้ในสัญญาหรือในใบสมัครบัตรเครดิตสำหรับ “บัตรเสริม” ให้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้อันเกิดจากบัตรหลักเช่นเดียวกัน รายละเอียดปรากฏตาม สัญญาใบสมัครบัตรเครดิตสำหรับ “บัตรเสริม” และประกาศ/คำสั่ง ของ ธปท. เอกสารท้ายคำให้การหมายเลข xx และ xx
การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่2 และจำเลยที่3 อันเป็นการขัดต่อ ประกาศ/คำสั่ง ของ ธปท.ดังกล่าว โดยอาศัยเหตุผลตามที่จำเลยได้กราบเรียนต่อศาลมาแล้วข้างต้น ขอศาลได้โปรดพิจารณาและพิพากษายกฟ้องโจทก์เสีย

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4290 โดย กอบัว
นี่เอาแค่ “สมมุติ” การเขียนโต้แย้งคำฟ้องให้ดูเป็น “ตัวอย่าง” แบบสั้นๆเท่านั้นนะครับ...ถ้าเขียนจริงล่ะก็...จะต้องเขียนแย้งตามประเด็นของหัวข้อที่อยู่ในหมายฟ้อง...ไม่ใช่สมมุติให้ดูเป็นตัวอย่างแบบนี้

แล้วอีกอย่างนึง...การที่คุณลงเบอร์โทรศัพท์ของคุณอ้อย แบบเต็มๆในกระทู้นี้นั้น มันเป็นการไม่สมควร ยกเว้นแต่คุณจะได้รับอนุญาตจากทาง”เจ้าตัว”เขาซะก่อน เพราะอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน”ละเมิด”ได้...ดังนั้น ผมจึงขอ”เซ็นเซอร์”เบอร์โทรศัพท์ 4 ตัวหลังของเขาเอาไว้ก่อน

คุณก็รู้นี่ครับว่า Web แห่งนี้ ใครๆก็เข้ามาดูได้ ไม่ว่าจะเป็น ลูกหนี้ , คนขายของ , มิจฉาชีพ , พวกที่ชอบชักชวนคนไปสมัครขายของแบบ”แชร์ลูกโซ่” , พวกเจ้าหนี้ , พวกทวงหนี้...ฯลฯ...ใครก็เข้ามาดูได้ทั้งนั้น...ดังนั้นหากจะเขียนข้อความใดๆที่อาจพาดพิงถึงบุคคลอื่นในทางเปิดเผย กรุณาคิดให้รอบคอบซะก่อนนะครับ ว่าเจ้าตัวเขาเห็นชอบด้วยหรือไม่

ถาม : ส่วนประกาศทั้ง 2 ฉบับที่เธอให้มา ดิฉันยังต้องตามหาประกาศอีก1 ฉบับ คือ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 แต่ไม่พบข้อมูลเลย ไม่มีแจ้งไว้เลยสักแห่งค่ะ
ตอบ : ผมมี ธปท.หมดทุกฉบับล่ะครับ...ตามที่ได้บอกไว้

ถาม : เพราะอยากรู้ว่ารายละเอียดในประกาศมีไว้อย่างไร จะได้นำมาไล่เรียงกับ 2 ฉบับที่มี เพราะอย่างน้อยๆก็จะต้องมีข้อความระบุถึงความหมายของบัตรหลัก และ บัตรเสริม ในฉบับนี้ด้วย
ตอบ : ธปท. ของปี พ.ศ 2545...ไม่ได้มีการเขียนระบุคำจำกัดความของคำว่า “บัตรหลัก” และ “บัตรเสริม” เอาไว้ครับ

ถาม : จากนี้ก็ได้แต่รอหมายศาลมาถึงมือ ถ้าได้มาเมื่อไหร่จะหอบเอกสารและหมายศาลเดินทางลงไปพบปะกับคณะกรรมการผู้ใจดีที่สวนลุมฯเพื่อขอคำแนะนำและขอถือโอกาสไปเยี่ยมเยียนหลายๆท่านที่ดฉันรู้จักแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเห็นตัวจริงเลยซักครั้ง อยากไปขอบคุณต่อหน้าทุกท่านค่ะ
ตอบ : ก็ดีครับ...คุณจะได้พบเจอกับ ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฏหมาย และคณะกรรมการบางท่าน เพื่อถามแนวทางในการต่อสู้คดี...แต่...คงจะไม่ได้เจอกับผมหรอกนะครับ เพราะปกติแล้วผมจะไม่ได้ไป ถ้าหากไม่มีการนัดประชุมใหญ่จากทางมูลนิธิฯ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา - 8 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4292 โดย กอบัว
นั่นคือคำถามจากคุณอนงค์นุช และคำตอบจากพี่นกกระจอกเทศ ที่เคยถามกันในปี 2551
สถานการณ์ปัจจุบันของกฎหมาย หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง รอให้พี่นก มาเพิ่มเติมอีกทีค่ะ

ในส่วนของคุณ walailux ถาม หากคุณแม่ของคุณไม่ไปศาล หรือ หนีศาล ศาลจะมองว่า เจตนาหนีศาลไม่ชำระหนี้
คุณจะไม่ให้คุณแม่ไปศาลก็ได้ แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากคุณแม่ของคุณ ให้คนใดคนหนึ่งไปแทน (ซึ่งไม่ใช่คุณ ที่เป็นจำเลยที่ 1 )
คุณไม่สามารถไปแทนคุณแม่ได้ เพราะคุณต้องไปศาลในฐานะ "จำเลยที่ 1
อย่าลืมนะคะ ว่า นัดสู้คดี อย่างไร คุณแม่ของคุณต้องไปศาลคู่กับคุณ ด้วยตัวเอง จะแต่งตั้งใครไปแทนไม่ได้นะคะ
เพิ่มลิงค์ให้ค่ะ
www.consumerthai.org/debt/index.php?option=com_fireboard&Itemid=10&func=view&catid=2&id=673

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

ผู้ดูแล: Badmankonsiam
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.485 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena