ชมรมหนี้บัตรเครดิต


FireBoard
Welcome, Guest
Please Login or Register.    Lost Password?
ไม่รู้ตัดสินใจ ถูกหรือเปล่า หลังจากขึ้นศาลครั้ง 2 (1 viewing) (1) Guest
Go to bottom Post Reply Favoured: 0
TOPIC: ไม่รู้ตัดสินใจ ถูกหรือเปล่า หลังจากขึ้นศาลครั้ง 2
#2082
ไม่รู้ตัดสินใจ ถูกหรือเปล่า หลังจากขึ้นศาลครั้ง 2 10 Years, 4 Months ago Karma: 0  
ผมไปขึ้นศาลครั้งที่สอง หลังจากเลื่อนมา 1 นัด และไม่มีเหตุผลจะอ้างศาลได้อีกแล้วที่จะเลื่อนนัดไปอีก ระหว่างนัดสอง ทาง Citi ลดให้ 50% ระหว่างรอแต่เราก็ไม่สามารถชำระได้ พอมาถึงหน้าศาล สรุปมี 2 ทางเลือก
1. ปล่อยให้ศาลตัดสินใช้หนี้ทั้งหมด แต่มีกำหนดระยะเวลา ให้ใช้หนี้ภาย.. วัน พร้อมค่าธรรมเนียม
2. ทำสัญญายอมความ ผ่อนชำระตามระยะเวลา
ผมก็ปรึกษาทนายคนที่เป็นตัวแทน Citi ฟ้องเราก็ดีครับ ใจดี และจากที่ศึกษามาไม่มาก ก็เลยเลือกทางเลือกที่ 2 เพื่อประวิงเวลาไปก่อน แล้วหากมีเงินค่อยขอปิดและขอส่วนลด แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองเลือกถูกหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นข้อที่ 1 จะถูกบีบบังคับด้วยเวลาและโดยค่าธรรมเนียมตามที่ศาลสั่งอีก และหากชำระไม่หมดภายในกำหนดเจ้าหนี้ก็สามารถบังคับคดีได้เลย

และถามเพิ่มเติม กรณีที่เราได้รับข้อเสนอให้ยอมความแล้วจ่ายน้อยลง แต่กำลังเราก็ยังไม่พอจ่ายชำระเราขอความเมตตาต่อศาลได้ไหมว่าขอจ่ายน้อยกว่านี้ และขอเวลายาวกว่านี้ ด้วยเจตนาที่เราจะจ่าย โดยการนำหลักฐานเอกสารที่เรามีภาระที่ต้องชำระหนี้เจ้าอื่นแสดงต่อหน้าศาล ด้วย

ขอผู้รู้แนะนำหน่อยครับ ขอบคุณครับ
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#2088
Re:ไม่รู้ตัดสินใจ ถูกหรือเปล่า หลังจากขึ้นศาลครั้ง 2 10 Years, 4 Months ago Karma: 10  
ขอทำความเข้าใจคุณนิดนึงครับ

1. การที่คำพิพากษาระบุว่าให้คุณชำระหนี้ภายใน ... วัน ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องชำระหนี้ทั้งหมดภายในเวลานั้นนะครับ เพียงแต่ว่าหากคุณเพิกเฉยไม่ติดต่อเจรจากับเจ้าหนี้เกินกว่าระยะเวลาดังกล่าว เจ้าหนี้เค้าสามารถไปร้องบังคับคดีได้....

2. ในคำพิพากษาไม่ได้ระบุว่าคุณต้องชำระหนี้อย่างไร ระบุเพียงว่าต้องชำระหนี้จำนวนเท่าไหร่ โดยเสียอัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ นับตั้งแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ชำระเสร็จ

3. ส่วนเรื่องวิธีการชำระเงินว่าจะชำระอย่างไร จะชำระทั้งหมด หรือผ่อนชำระเป็นกี่งวดนั้น ทางลูกหนี้ต้องเจรจากับทางเจ้าหนี้เอง

4. ที่คุณเลือกวิธีที่ 2 เค้าเรียกว่าคุณไปทำยอมความหน้าศาล ศาลท่านก็จะพิพากษาไปตามที่คุณกับเจ้าหนี้ตกลงกัน

5. การทำยอมหน้าศาล หากคุณผิดนัดชำระ ทางเจ้าหนี้เค้าสามารถไปบังคับคดีได้เลย โดยที่ไม่ต้องทำเรื่องส่งฟ้องอีกครั้ง

6. การทำยอมหน้าศาลจะเหมาะสำหรับคนที่มีจำนวนหนี้ที่ฟ้องน้อยรายครับ เพราะถ้ามีหนี้ที่ฟ้องคุณหลายๆรายพร้อมกัน แล้วคุณไม่สามารถทำยอมความได้ทุกราย หรือคุณทำยอมความไปก็ไม่สามารถจ่ายได้ สุดท้ายเจ้าหนี้เค้าก็ไปบังคับคดีคุณอยู่ดี

7. ข้อแตกต่างระหว่างการทำยอมความ กับการให้ศาลตัดสินอีกอย่างก็คือ ยอดหนี้ การทำยอมความคุณตกลงเจรจาผ่อนชำระจากยอดหนี้ที่ทางเจ้าหนี้เค้าฟ้องมา แต่ถ้าคุณให้ศาลตัดสินก่อน ศาลท่านอาจตัดสินลดยอดหนี้ที่เจ้าหนี้เค้าฟ้องมาให้ลดลงก่อน หลังจากนั้นคุณก็สามารถเจรจาผ่อนชำระได้
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#2089
Re:ไม่รู้ตัดสินใจ ถูกหรือเปล่า หลังจากขึ้นศาลครั้ง 2 10 Years, 4 Months ago Karma: 10  
letSgo อ้างอิงข้อความ:
QUOTE:
ถามเพิ่มเติม กรณีที่เราได้รับข้อเสนอให้ยอมความแล้วจ่ายน้อยลง แต่กำลังเราก็ยังไม่พอจ่ายชำระเราขอความเมตตาต่อศาลได้ไหมว่าขอจ่ายน้อยกว่านี้ และขอเวลายาวกว่านี้ ด้วยเจตนาที่เราจะจ่าย โดยการนำหลักฐานเอกสารที่เรามีภาระที่ต้องชำระหนี้เจ้าอื่นแสดงต่อหน้าศาล ด้วย


ไม่ได้ครับ หากคุณจ่ายไม่ได้ตามที่ไปทำยอมหน้าศาล เจ้าหนี้เค้าก็จะไปร้องขอบังคับคดีคุณ
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#2111
Re:ไม่รู้ตัดสินใจ ถูกหรือเปล่า หลังจากขึ้นศาลครั้ง 2 10 Years, 4 Months ago Karma: 13  
ถาม : แต่ถ้าเป็นข้อที่ 1 จะถูกบีบบังคับด้วยเวลาและโดยค่าธรรมเนียมตามที่ศาลสั่งอีก และหากชำระไม่หมดภายในกำหนดเจ้าหนี้ก็สามารถบังคับคดีได้เลย
ตอบ : การจะเลือกหนทางใดก็ตาม ตัวเราต้องมาประเมินตนเองเสียก่อน ว่าถ้าเลือกใช้วิธียอมความบนชั้นศาลแล้ว...ต่อไปภายภาคหน้า เราจ่ายไหวไหม?...และถ้าเรามีเจ้าหนี้หลายราย โดยที่ทุกรายเราก็ใช้วิธียอมความเหมือนๆกันหมด ทุกๆราย ทุกๆเจ้า...แล้วเราจะจ่ายไหวไหม?
ถ้าสมมุติเป็นตัวผมเองนะ หากมีเจ้าหนี้หลายราย พอคำนวนดูแล้วหากทำยอมความ ก็คงไม่มีปัญญาไปจ่ายอยู่ดี...ผมเลือกหนทางให้ "อายัติเงินเดือน" ดีกว่า (แต่วิธีนี้ จะต้องมั่นใจว่า เราไม่มีทรัพย์อื่นๆให้ถูกยึดด้วยนะครับ)

ส่วนที่คุณบอกว่า "ถ้าปล่อยให้ศาลตัดสินใช้หนี้ทั้งหมด แต่มีกำหนดระยะเวลา ให้ใช้หนี้ภาย.. วัน พร้อมค่าธรรมเนียม"

ผมขอถามกลับมั่งนะครับ....แล้วมันเป็นไงเหรอครับ?...มันเสียหายตรงไหน? ....คุณจะต้องโดนอายัติเงินเดือนภายในวันนั้นเลยหรือไง?

สำหรับความคิดแบบนี้ ผมก็เคยตอบไปตั้งหลายครั้งแล้วว่า

ระยะเวลาในการอายัติใดๆ ของกรมบังคับคดี หลังจากที่ศาลได้พิพากษาไปแล้ว...มันไม่แน่นอน (ถึงแม้ในคำพิพากษา จะเขียนเอาไว้โดยชัดเจนว่า บังคับภายใน 15 วัน ก็ตามที)

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนที่ถูกอายัติ...กว่าจะ"โดน" ก็เกินกว่าที่กฏหมายกำหนดไว้ (15 วัน) กันทั้งนั้น...เพียงแค่...แต่ละคนจะมีระยะเวลาในการ"โดน"ที่ไม่เท่ากัน...เอาแน่ไม่ได้เลย

บางคน"โดน"หลังจากที่ศาลพิพากษา เพียงแค่ 2 เดือน
บางคนก็"โดน"หลังจากศาลพิพากษาไปแล้ว 6 เดือน
บางคนก็"โดน"หลังจากศาลพิพากษาไปแล้ว 1 ปี
บางคนก็"โดน"หลังจากศาลพิพากษาไปแล้ว 4 ปี

แล้วจะเอาตรงไหนมาเป็นบรรทัดฐานดีล่ะ?

อ้างอิงจากกระทู้นี้ : http://old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=19737 ในความคิดเห็นที่: 1

และก็เคยตอบไปอีกเหมือนกันว่า

ระยะเวลาในการอายัติใดๆ หลังจากที่มีคำสั่งของศาล ให้คุณต้องจ่ายหนี้ตามคำพิพากษา

ตามกฏหมายแล้วจะใช้เวลา 15 วัน (นับจากวันที่คุณได้รับคำพิพากษาแล้ว) เจ้าหนี้ก็สามารถเอาคำสั่งพิพากษานี้ ไปให้กรมบังคับคดีนำไปดำเนินเรื่องต่อ ในการอายัติใดๆจากคุณ...แต่...ในทางปฏิบัติจริงๆแล้ว มันจะเกิน 15 วันกันทั้งนั้นแหละ...ทั้งนี้...มันขึ้นอยู่กับ ความขยันและความกระตือรือร้น ของทั้งทางฝ่ายเจ้าหนี้และฝ่ายกรมบังคับคดี (ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่าย) ว่าจะกระตือรือร้นกันแค่ไหน...ซึ่งอันนี้ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ว่าจะใช้เวลานาน มากน้อยแค่ไหน? ถ้าขยันเพียงฝ่ายเดียว (อีกฝ่ายหนึ่งขี้เกียจ) ก็อาจใช้เวลาหลายเดือน กว่าคำสั่งอายัติจะมาถึงคุณ...แต่ถ้าขี้เกียจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ก็อาจใช้เวลานานเป็นปีหรือหลายปี กว่าที่คำสั่งอายัติจะมาถึงคุณ...ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น คุณอาจมีเวลาเก็บเงินไว้ทำ Hair-cut กับมันอีกครั้งก็ได้ อย่าลืมนะครับ ว่า Hair-cut สามารถทำได้ตลอดชีพ ถึงแม้จะอยู่ในขั้นตอนอายัติเงินเดือนอยู่ก็ตาม เพราะถ้าหนี้มันเน่าแล้ว ทางเจ้าหนี้มันก็อยากได้เงินคืนเป็นก้อน เพื่อจะได้จบเรื่องกันไปเหมือนกัน

อ้างอิงจากกระทู้นี้ : http://old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=15828 ในความคิดเห็นที่: 7

แล้วคุณกลัวอะไรกับการถูกอายัติเงินเดือนเหรอครับ?

ถาม : กรณีที่เราได้รับข้อเสนอให้ยอมความแล้วจ่ายน้อยลง แต่กำลังเราก็ยังไม่พอจ่ายชำระเราขอความเมตตาต่อศาลได้ไหมว่าขอจ่ายน้อยกว่านี้ และขอเวลายาวกว่านี้ ด้วยเจตนาที่เราจะจ่าย โดยการนำหลักฐานเอกสารที่เรามีภาระที่ต้องชำระหนี้เจ้าอื่นแสดงต่อหน้าศาล ด้วย
ตอบ : คำถามแบบนี้...ผมก็เคยตอบไปหลายครั้งแล้วเหมือนกันว่า

จริงๆแล้ว ศาลท่านจะมีหน้าที่เพียงแค่พิพากษา ว่าคุณจะต้องจ่ายหนี้คืนให้กับโจทก์หรือเจ้าหนี้ เป็นเงินเท่าไหร่? จึงจะเป็นธรรมตามกฏหมาย...เท่านั้น

ท่านจะไม่มีหน้าที่โดยตรงในการไกล่เกลี่ย หรือออกคำสั่งให้ผ่อนจ่ายหนี้ได้หรือไม่? ผ่อนเท่าไหร่? และผ่อนอย่างไร? เพราะอาจเสี่ยงต่อการถูกมองได้ว่า ศาลลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง...ดังนั้น ส่วนมากท่านจะไม่พิจารณาในเรื่องการผ่อนชำระ ด้วยตัวของท่านเองหรอกนะครับ ยกเว้นคุณกับทนายโจทก์จะตกลงกันได้เองต่อหน้าศาล
http://old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=15828

และการสั่งอายัติใดๆนั้น...ก็ไม่ใช่หน้าที่ของศาล...แต่เป็นหน้าที่ของกรมบังคับคดี ศาลมีหน้าที่เพียงแค่พิพากษาว่า คุณจะต้องชำระหนี้คืนให้โจทก์ เป็นจำนวนกี่บาท? จึงจะถูกต้องตามกฏหมาย...เท่านั้น
http://old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=16924

ศาลท่านมีหน้าที่เพียงแค่พิพากษา และตัดสินคดีเท่าั้นั้น...ศาลท่านไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ในเรื่อง การสั่งอายัติเงินเดือนหรืออายัติทรัพย์ใดๆ...การขั้นตอนการอายัติต่างๆ เป็นหน้าที่ของกรมบังคับคดีแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวกับศาล

และไม่ว่าคุณจะเลือกแนวทางใดก็ตาม...หลังจากที่ศาลท่านพิพากษาตัดสินไปแล้ว ถ้ายังคงเหลือหนี้ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษา แต่คุณยังไม่มีเงินจ่ายชำระตามนั้น...ก็จะเข้าสู่กระบวนการอายัติใดๆของกรมบังคับคดีต่อไป กระบวนการของศาลก็ถือว่าเป็นอันสิ้นสุดลงแล้วครับ ไม่เกี่ยวข้องกับศาลอีกต่อไป
http://old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=16539

ข้อมูลอ้างอิง จากกระทู้นี้ : http://debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&Itemid=10&func=view&catid=2&id=969#1070
และถ้าหากไปศาลทำประนีประนอมยอมความแล้ว ต่อไปหยุดชำระ ทางสำนักงานทนายความสามารถบังคับอายัดเงินเดือนได้เลยหรือไม่ หรือว่าต้องฟ้องอีกครั้ง?

ผมก็เคยตอบไปแล้วอยู่ในกระทู้นี้ http://old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=16671 ขยันๆเข้าไปอ่านกันบ้างสิครับ


และโดยเฉพาะที่คุณบอกว่า "จะนำหลักฐานเอกสารที่เรามีภาระที่ต้องชำระหนี้เจ้าอื่นแสดงต่อหน้าศาลด้วย"

นั่นยิ่งแล้วไปใหญ่เลยนะเนี่ย

เอาล่ะครับ...สมมุตินะครับ...สมมุติ

สมมุติว่าถ้าคุณได้มีโอกาสพบกับผู้พิพากษาจริงๆ...โดยคุณได้หอบเอาหลักฐานเอกสาร ที่คุณมีภาระต้องชำระหนี้กับเจ้าอื่น ให้ศาลได้ดูต่อหน้า
แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอครับ...หากคุณถูกศาลมองตัวคุณว่า "อ้อ...ที่จำเลยไม่จ่ายหนี้เขา ก็เพราะไปสร้างหนี้ไว้เพียบ อีรุงตุงนัง อย่างนี้นี่เอง ช่างเป็นคนที่ไม่มีวินัยทางการเงินเสียจริงๆ ขยันแต่สร้างหนี้ไปซะทั่ว จนตัวเองไม่มีปัญญาชำระหนี้ มีทั้งหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อ มีทั้งหนี้ผ่อนรถยนต์ มีทั้งค่าผ่อนบ้าน...แล้วยังมีหน้ามาหอบหลักฐานหนี้ต่างๆ มาแสดงให้ดูอีกซะด้วยนะ"

แล้วคุณคิดว่า...ศาลท่านจะให้ความเมตตากับคุณไหมล่ะครับ?

แต่ถ้าเป็นหลักฐานอย่างอื่น...เช่น ค่ารักษาพยาบาล บิดา/มารดา ที่ป่วยเป็นโรคไต , ค่ารักษาพยาบาลบุตรที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ , ค่ารักพยาบาลตัวเองที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง , หลักฐานที่แสดงว่าตัวเอง ตกงาน ถูกลดเงินเดือน ถูกเลิกจ้าง ฯลฯ...เออ!...อย่างนี้สิ...มันค่อยน่าให้ความเมตตาช่วยเหลือหน่อย...จริงไหม?
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
Go to top Post Reply
Powered by FireBoardget the latest posts directly to your desktop

ร่วมสนับสนุนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค


หนังสือในเครือฉลาดซื้อ
You are here  : หน้าหลัก