ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อผู้ใช้: รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: ศาลนัดพิจารณคดี 3 ฉบับ จาก 3 ธนาคาร

ศาลนัดพิจารณคดี 3 ฉบับ จาก 3 ธนาคาร 1 เดือน 3 วัน ที่ผ่านมา #110688

  • Henry
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ Henry
  • ออฟไลน์
  • สิบตรี
  • จำนวนโพสต์: 2
เนื่องจาก ผมได้รับหมายศาล ให้ไปที่ศาล

วันจันทร์ที่ 1 ก.ค. ของ UOB และ
วันจันทร์ที่ 8 ก.ค. ของ SCB กับ CIMB

รวมเป็น 3 หมายศาลส่งมาพร้อมกัน อยากทราบว่าเป็นเรื่องปกติใช่ไหมครับ?

และเนื่องจากผมทำงานในกรุงเทพ ต้องกลับต่างจังหวัด อยากทราบว่าผมสามาถขอเลื่อนทั้งหมดมาเป็นวันเดียวกัน หรือขอเลื่อนนัดหมายบางตัวไปก่อนได้ไหมครับ?
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ศาลนัดพิจารณคดี 3 ฉบับ จาก 3 ธนาคาร 1 เดือน 3 วัน ที่ผ่านมา #110689

  • Chamaiporn_b
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ Chamaiporn_b
  • ออฟไลน์
  • สิบตรี
  • จำนวนโพสต์: 37
  • Thank you received: 5
การขอนัดเลื่อนศาลไม่สามารถทำได้ค่ะ เพราะ ทางศาลเป็นคนกำหนดวันเวลาเอง หากเราไม่ได้ไปตามนัด ถือว่าเราหนีศาลค่ะ ซึ่งจะทำให้เราเสียเปรียบค่ะ

Henry เขียน:
เนื่องจาก ผมได้รับหมายศาล ให้ไปที่ศาล

วันจันทร์ที่ 1 ก.ค. ของ UOB และ
วันจันทร์ที่ 8 ก.ค. ของ SCB กับ CIMB

รวมเป็น 3 หมายศาลส่งมาพร้อมกัน อยากทราบว่าเป็นเรื่องปกติใช่ไหมครับ?

และเนื่องจากผมทำงานในกรุงเทพ ต้องกลับต่างจังหวัด อยากทราบว่าผมสามาถขอเลื่อนทั้งหมดมาเป็นวันเดียวกัน หรือขอเลื่อนนัดหมายบางตัวไปก่อนได้ไหมครับ?
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ศาลนัดพิจารณคดี 3 ฉบับ จาก 3 ธนาคาร 1 เดือน 2 วัน ที่ผ่านมา #110699

  • นกกระจอกเทศ
  • ( ผู้ดูแลระบบ )
  • รูปประจำตัวของ นกกระจอกเทศ
  • ออฟไลน์
  • Administrator
  • จำนวนโพสต์: 5885
  • Thank you received: 2571
.
ความหมายของ วันนัดไปศาล
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=6915&Itemid=64


หมายศาล...จะถูกส่งไปที่ไหน?
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=6974&Itemid=64


ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับหน้าที่ของศาล
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=9240&Itemid=64




ความรู้ต่างๆ


มีอยู่ในนี้หมดแล้ว



debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=category&catid=7&Itemid=64

Rutan2.jpg
.
อนณสุข ปรมาลาภา

ความไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ศาลนัดพิจารณคดี 3 ฉบับ จาก 3 ธนาคาร 1 เดือน 2 วัน ที่ผ่านมา #110701

  • Pheonix
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ Pheonix
  • ออฟไลน์
  • จ่าสิบโท
  • จำนวนโพสต์: 249
  • Thank you received: 73
ข้อ ๒. ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๓/๒๕๔๗ สำเนาเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๑ พิพากษาโดยท่านไพโรจน์ วายุภาพ ท่านปัญญา ถนอมรอด ท่านวรนาถ ภูมิถาวร วางหลักกฎหมายในเรื่องเบี้ยปรับว่า ส่วนการคิดดอกเบี้ยหลังจากที่จำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินนั้น ตามสัญญากู้เงิน เอกสารหมาย จ.๓ ข้อ ๔ ระบุถึงอัตราดอกเบี้ยในกรณีที่จำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้ ให้คิดในอัตราดอกเบี้ยสูงสุดตามที่ระบุในสัญญาข้อ ๒ซึ่งหมายถึงอัตราดอกเบี้ยสูงสุดสำหรับลูกค้าที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไขตามประกาศธนาคารโจทก์ และในกรณีที่มีการผิดนัดแล้วเช่นนี้ โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองซึ่งปฏิบัติผิดเงื่อนไขแล้ว ในอัตราผิดนัดสูงสุดสำหรับลูกค้าปฏิบัติผิดเงื่อนไขตามประกาศธนาคารโจทก์ได้ โดยไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เอกสารหมาย จ.๑๕ ข้อ ๓ (๔) ดังกล่าวมาแต่อย่างใด สัญญาข้อ ๔ นี้จึงไม่ตกเป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม ความตามสัญญาข้อ ๔ นี้เป็นการกำหนดให้โจทก์คิดดอกเบี้ยสูงอันเนื่องมาจากการที่จำเลยผิดนัดชำระหนี้ อันเป็นการผิดสัญญา เท่ากับเป็นข้อสัญญาที่กำหนดค่าเสียหายในลักษณะเป็นดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า อันถือเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๙ ซึ่งหากศาลเห็นว่าสูงเกินส่วน ก็มีอำนาจพิพากษาลดเบี้ยปรับลงเหลือเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ และเมื่อพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินรายนี้แล้ว เห็นว่าฯ อัตราดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามที่ระบุในสัญญากู้เงินข้อ ๔ ที่กำหนดไว้เป็นอัตราผิดนัดสูงสุดตามประกาศธนาคารโจทก์ ซึ่งนับว่าเป็นอัตราสูงมาก เช่น บางช่วงอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี และบางช่วงสูงถึงร้อยละ ๒๔ ต่อปี นับว่าเป็นเบี้ยปรับในลักษณะดอกเบี้ยที่สูงเกินส่วนไปมาก เห็นสมควรลดลงเหลือเพียงอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี เท่านั้น ฯ

จำเลยขอให้การตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๓/๒๕๔๗ ดังนี้
๒.๑ โจทก์อนุมัติให้จำเลยกู้ยืมเงิน สินเชื่อบุคคล เอ็กซ์ตร้า แคช ในวงเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท คิดดอกเบี้ยในอัตรา CLR + ๖% ต่อปี (CLR = Consumer Loan Rate คืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับสินเชื่อบุคคล ขณะนั้นเท่ากับร้อยละ ๒๐ ต่อปี) รวมแล้วเท่ากับร้อยละ ๒๖ ต่อปี ในกรณีที่จำเลยไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องครบถ้วน ให้ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมดได้ทันที และให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราผิดนัดสูงสุดร้อยละ ๒๘ ต่อปี จำเลยผิดนัดชำระหนี้ให้โจทก์ในงวดวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ยอดชำระขั้นต่ำ ๔,๖๓๕.๐๔ บาท ๒.๒ โจทก์อนุมัติให้จำเลยกู้ยืมเงิน สินเชื่อบุคคล เพอร์ซันนัล แคช ในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท คิดดอกเบี้ยเดือนที่ ๑ อัตราร้อยละ ๘ ต่อปี เดือนที่ ๒ อัตราร้อยละ ๙ ต่อปี เดือนที่ ๓ อัตราร้อยละ ๑๐ ต่อปี เดือนที่ ๔ เป็นต้นไป ในอัตราร้อยละ ๒๕ ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ ๓๖ งวด งวดละ ๓,๘๓๐ บาท กำหนดชำระคืนทุกวันที่ ๓ ของเดือน เริ่มผ่อนชำระงวดแรกวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ในกรณีที่จำเลยไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องครบถ้วน ให้ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมดได้ทันที และให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราผิดนัดสูงสุดร้อยละ ๒๘ ต่อปี จำเลยผิดนัดชำระหนี้ให้โจทก์ในงวดวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ยอดผ่อนชำระ ๓,๘๓๐ บาท

ข้อสัญญาดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดให้โจทก์คิดดอกเบี้ยสูง อันเนื่องมาจากการที่จำเลยผิดนัดชำระหนี้อันเป็นการผิดสัญญา เท่ากับเป็นข้อสัญญาที่กำหนดค่าเสียหายในลักษณะเป็นดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า อันถือเป็นเบี้ยปรับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๙ ซึ่งหากศาลเห็นว่าสูงเกินส่วน ก็มีอำนาจพิพากษาลดเบี้ยปรับลงเหลือเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ จำเลยกราบขอประทานศาลท่านได้โปรดเมตตา พิพากษาลดเบี้ยปรับลงเป็นจำนวนพอสมควร เพื่อให้โอกาสจำเลยสามารถชำระหนี้ให้โจทก์ได้

ข้อ ๓. จำเลยขอให้การว่า การที่โจทก์กำหนดข้อสัญญาไว้ว่า ในกรณีที่จำเลยไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องครบถ้วน ให้ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกให้จำเลยชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยทั้งหมดได้ทันที และยินยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราผิดนัดสูงสุดร้อยละ ๒๘ ต่อปี จำเลยผ่อนชำระหนี้ไประยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากโจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก ร้อยละ ๒๖ และ ๒๕ ต่อปี จำเลยจึงผิดนัดชำระหนี้ สินเชื่อบุคคลเอ็กซ์ตร้าแคช จำเลยผิดนัดชำระหนี้ให้โจทก์ในงวดวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ สินเชื่อบุคคล เพอร์ซันนัล แคช จำเลยผิดนัดชำระหนี้ให้โจทก์ในงวดวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่า สัญญาสินเชื่อบุคคลเอ็กซ์ตร้าแคช และสินเชื่อบุคคลเพอร์ซันนัล แคช ระหว่างโจทก์และจำเลย เลิกต่อกันแล้วตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ โจทก์และจำเลยจึงต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม วรรคสี่ การใช้สิทธิเลิกสัญญานั้น หากระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๒ การเรียกเอาค่าเสียหายนั้น ได้แก่เรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้นั้น การคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒๘ ต่อปี จึงไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้น แต่การไม่ชำระหนี้ แต่เป็นการเรียกกำไรเป็นจำนวนที่สูงมาก ตามข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดาของธนาคารพาณิชย์ ประจำวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ สำเนาเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๒ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กำหนดให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน แก่ผู้ฝากเงิน อัตราร้อยละ ๑.๕๕ ต่อปี ถ้าคิดดอกเบี้ยหลังเลิกสัญญา ในอัตราร้อยละ ๒๘ ต่อปี หักด้วยต้นทุนเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน ร้อยละ ๑.๕๕ ต่อปี โจทก์มีกำไรขั้นต้นอัตราร้อยละ ๒๖.๔๕ ต่อปี (๒๘ ลบ ๑.๕๕ เท่ากับ ๒๖.๔๕) เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนเงินฝากประจำร้อยละ ๑.๕๕ ต่อปี โจทก์มีกำไรขั้นต้นอัตราร้อยละ ๑,๗๐๖.๔๕ ของต้นทุนเงินฝากประจำ (๒๖.๔๕ หาร ๑.๕๕ คูณ ๑๐๐ เท่ากับ ๑,๗๐๖.๔๕) จึงเป็นกำไรขั้นต้นที่สูงมาก จึงไม่ใช่ค่าเสียหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๒

ถ้าคิดดอกเบี้ยหลังเลิกสัญญา ในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี หักด้วยต้นทุนเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน ร้อยละ ๑.๕๕ ต่อปี โจทก์มีกำไรขั้นต้นอัตราร้อยละ ๑๓.๔๕ ต่อปี (๑๕ ลบ ๑.๕๕ เท่ากับ ๑๓.๔๕) เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนเงินฝากประจำร้อยละ ๑.๕๕ ต่อปี โจทก์มีกำไรขั้นต้นอัตราร้อยละ ๘๖๗.๗๔ ของต้นทุนเงินฝากประจำ (๑๓.๔๕ หาร ๑.๕๕ คูณ ๑๐๐ เท่ากับ ๘๖๗.๗๔) ยังเป็นกำไรขั้นต้นที่สูงมาก จึงไม่ใช่ค่าเสียหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๒

ตามข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๙ สำเนาเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๓ ยอดสินเชื่อคงค้าง ๓๓๘,๑๑๗ ล้านบาท ถ้าคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๒๘ ต่อปี เป็นเงินค่าดอกเบี้ยปีละ ๙๔,๖๗๒.๗๖ ล้านบาท คิดไปอีก ๕ ปี เป็นค่าดอกเบี้ยสะสม ๔๗๓,๓๖๓.๘๐ ล้านบาท คิดเป็น ๑๔๐% ของเงินต้น ๓๓๘,๑๑๗ ล้านบาท ถึงวันนั้น ทุกอย่างคงจบ เพราะประชาชนผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ ทุนต่างชาติเอาเงินของประชาชนผู้บริโภคไปมาก ดอกเบี้ยร้อยละ ๒๘ ปี ประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๘ ถึงวันนี้ เป็นเวลา ๑๑ ปี คิดเป็นดอกเบี้ยที่ประชาชนผู้บริโภคต้องจ่ายมากถึง ๓๐๘% (๒๘ คูณ ๑๑ เท่ากับ ๓๐๘%) เศรษฐกิจประเทศไทยถึงได้ฝืดเคืองมาก
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ศาลนัดพิจารณคดี 3 ฉบับ จาก 3 ธนาคาร 3 สัปดาห์ 6 วัน ที่ผ่านมา #110828

  • Henry
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ Henry
  • ออฟไลน์
  • สิบตรี
  • จำนวนโพสต์: 2
ขอบคุณทุกคน สำหรับคำแนะนำครับ
แก้ไขล่าสุด: 3 สัปดาห์ 6 วัน ที่ผ่านมา โดย Henry.
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
  • หน้าที่:
  • 1
ผู้ดูแล: พี่ลี
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.241 วินาที
Share on facebook

ค้นหาในกระทู้

คำสำคัญ

เปลี่ยนธีมสีของเว็บบอร์ด

Template
mod by JoniJnm.es

Login เข้าระบบ

เรามีคน Online

เรามี 305 บุคคลทั่วไป และ 2 สมาชิก ออนไลน์
  • aniniii18
  • Lucky99

ครบเครื่องเรื่องผู้บริโภค

You are here  :