ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

กรุงศรีฯ ไม่หวั่นหนี้เสียพุ่ง เดินหน้าสินเชื่อรายย่อย PDF พิมพ์ อีเมล
วันพุธที่ 14 มกราคม 2009 เวลา 11:06 น.
AddThis Social Bookmark Button

หนี้ค้างชำระธุรกิจ ลีสซิงธนาคารกรุงศรีฯ ทะลักเพิ่มตามเศรษฐกิจถดถอย

บีบธนาคารตั้งสำรองเพิ่ม ใจดีสู้เสือลุยรายย่อยต่อ

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจมีผลทำให้ยอดการค้างชำระหนี้ โดยเฉพาะในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งมีขนาดสินเชื่อที่ใหญ่ที่สุดมียอดค้างชำระเพิ่มมากขึ้น ทำให้ธนาคารต้องจัดสรรเงินเพื่อรองรับการกันสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ธนาคารมีนโยบายตั้งสำรองหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทันทีตั้งแต่มีการอนุมัติสินเชื่อจึงมั่นใจได้ว่า แม้จะเกิดปัญหาการค้างชำระหนี้เพิ่มขึ้นก็จะไม่กระทบกับฐานะทางการเงินของธนาคาร

นายรอยย์ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ส่งผลให้สินเชื่อส่วนบุคคลมีแนวโน้มเติบโตลดลงเพราะผลมาจากปัญหาการว่างงานและคนตกงานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลยังมีอยู่จำนวนมาก ธนาคารจึงยังให้ความสำคัญในการขยายสินเชื่อประเภทนี้ แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดีเพิ่มขึ้นด้วย แม้ปัจจุบันจะมีความระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว

สำหรับยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับรายย่อยในปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 22% วงเงินร่วม 1.11 แสนล้านบาท ส่งผลให้ยอดรวมสินเชื่อรายย่อยสิ้นปี 2551 เพิ่มเป็น 1.8 แสนล้านบาท ของสินเชื่อรวม 5.55 แสนล้านบาท

ประเภทสินเชื่อรายย่อยที่ใหญ่ที่สุด คือสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (ลีสซิง) 1 แสนล้านบาท รองลงมาคือสินเชื่อบ้าน 6 หมื่นล้านบาท สินเชื่อส่วนบุคคล 4,000 ล้านบาท และสินเชื่ออื่นๆ 1.5 หมื่นล้านบาท

สำหรับการดำเนินงานในปีนี้ ธนาคารจะยังคงเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อรายย่อยให้เติบโตเป็น 3 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยปีนี้คาดว่าจีดีพีจะเติบโตที่ 0-2% ดังนั้นสินเชื่อรายย่อยจะสามารถโตได้ที่ระดับ 6%

ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า มาตรการลดหย่อนภาษีบ้านเป็นการมุ่งช่วยเหลือให้ผู้ที่กู้บ้านอยู่แล้ว และผู้ที่อยากมีบ้าน มีค่าใช้จ่ายที่ลดลง และมีเงินเหลือเพื่อจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น และมาตรการของรัฐที่ช่วยเหลือให้คนมีงานทำ ช่วยให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง

นายรอยย์ ยังกล่าวถึงรายได้จากค่าธรรมเนียมว่า ในระยะ 5 ปีจะเติบโตเฉลี่ย 20% แต่หลังจากที่ซื้อกิจการอื่นๆ เข้ามาเพิ่ม ทำให้รายได้จากค่าธรรมเนียมในปี 2551 เพิ่มขึ้นถึง 40% และมั่นใจว่า ในปีนี้จะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

แหล่งข่าวธนาคารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า หนี้เสียของธนาคารมีแนวโน้มว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 9-10% แม้ว่าจะมีปัญหาหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย และเอสเอ็มอีในภาคธุรกิจทำให้ต้องตั้งสำรองเพิ่ม แต่ธนาคาร ก็ยังมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิถึง 4.1%

 

ขอบคุณข่าวจาก นสพ.โพสต์ทูเดย์  วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2552

http://www.posttoday.com/finance.php?id=27659 

 
Share on facebook

ค้นหาในกระทู้

คำสำคัญ

เปลี่ยนธีมสีของเว็บบอร์ด

Template
mod by JoniJnm.es

Login เข้าระบบ

เรามีคน Online

เรามี 234 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
  • aniniii18

ครบเครื่องเรื่องผู้บริโภค

You are here  :