เมื่ออิช้านขึ้นศาลแทนสามี

  • okwow
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #3907 โดย okwow
เมื่อตอนปลายปี มาเข้าเวปนี้ เนื่องจากมีเคสของคุณสามีเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ เคยชวนให้มาร่วมสัมนา he ไม่ยอมมา แต่อิช้านบุกเดี่ยว เมื่อตอนสัมมนา ที่ทองหล่อ ได้รับความรู้ วิชาตัวเบาเอ้ย วิชากลยุทธ์ต่างๆๆ มามากมาย ทำให้ปลดหนี้ของตัวเองไปได้หลายใบ (แต่เงินของสามีท้างน้านนะคะ เค้าให้เราไปปิดก่อน น่าร๊ากซะมะมีอะ คราวนี้เลยต้องเคลียร์ของคุณสามีบ้าง)

เมื่อคราวก่อน ถึงคิวข้าดาราจำเป็นขึ้นศาลกรณี แบงค์เขียวเคสของอิช้านเอง ไปเรียบร้อย ตอนนี้เหลือแบงค์ม่วง ที่เดียวเท่านั้นรายสุดท้ายแต่ 2ใบ ยังโทรไปเมาท์กับพี่กอบัวคนสวยให้ฟังอยู่เลย ว่าจะมาเล่าเรื่องเคส แบงค์เขียวให้ฟังกัน

อุ แม่เจ้า เวปชมรม ของอิช้านหายไปไหน ฮือๆๆ ติดต่อใครไม่ได้ แถมช่วงนั้น พี่บัวคนงามแอบหนีไปลัลล้า ต่างแดน ส่งเมล์ไป เมล์ก็ตีกลับ อยากจะตีอกชกหัวตัวเอง

อุเหม่ ทำไงดี เอาหละว้า ใช้ความรู้ที่ศึกษามาในเวปที่จำได้ ว่ากันไป....ก่อนดีกว่า

เคสของสามี ก็เลยให้ทำใบมอบอำนาจให้อิช้าน ไปขึ้นศาลแทน ดูซิค่ะ ว่า อิช้านรักสามีมากกกกแค่ไหน
บัตรนี้เป็นบัตรของcentral card พูดแล้วน่าเจ็บใจ เพราะรู้ๆๆกันอยู่ว่า บัตรนี้ให้ส่วนลดเยอะ แต่....มานไม่เคยเสนอส่วนลดมาให้เลยสักครั้ง

ได้แต่ส่งจดหมายมาบอกเลิกสัญญา และขอให้ชำระหนี้ เมื่อ8มิ.ย.54
และส่งไปรษณีย์บัตรมา วันที่ 11 มิ.ย.54 มาอีกที หมายศาลมาแล้วววว วันที่ 17 ก.ย.54
(ฟ้องเร็วจังเลยตะเอง) นัดไกล่เกลี่ยวันที่ 1 พ.ย.54

ใจความในหมายศาล คือ จำเลยหยุดจ่ายเมื่อ 25 ต.ค.53 ยอดต้น คือ 47,149 บาท (เศษทศนิยมตัดทิ้งนะคะ เพื่ออ่านสบายๆๆ

ดอกเบี้ยถึงวันที่ 25 เม.ย.54 = 4,687 บาท
มีค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน อีก 1,562 บาท ค่าปรับอีก 1,498 บาท รวมเป็น 54,869

การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย (หลายแสน) ดังนั้นจำเลย ต้องรับผิดชอบ ขดใช้เงิน 54,869 พร้อมดอกเบี้ยใน
อัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากเงินต้น 47,149 นับตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. 54 จนถึงวันที่ 7 กันยายน 2554 เป็นจำนวนเงิน
2,596 รวมต้องชำระทั้งหมด เป็นเงิน 57,494 บาท

ขอศาลโปรดเรียกจำเลยมาพิจารณาพิพากษา และบังคับจำเลยตามคำขอต่อไปนี้

1. ให้จำเลย ชำระเงินจำนวน 57,494 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 47,149 นับจากวันที่7 ก.ย.54 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์

2. ให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความอย่างสูงแทนโจกท์ด้วย


สามีโทรไปเจรจากับ ชัว คอเล็กชั่น (เพราะดูแลเคสนี้อยู่) สรุปลดยอดให้ จาก 57,494 (ยอดประมาณ) ต้นเงิน 47,000 เหลือ 40,000บาทงวดเดียว และวันนี้เท่านั้นภายใน17.00 น

โอ้วแม่เจ้า มายื่นคำขาด ว่าต้องเป็นวันนี้ (ซึ่งเป็นวันอาทิตย์เนี่ยนะ ใบยืนยันลดหนี้ก็ไม่มีให้) เลยบอกสามีว่า จ่ายไป เขางอกที่หัวแน่ๆๆ ไม่ต้องจ่าย ไม่มีเอกสารจ่ายไม่ได้ เด๋วคุณภรรยาจัดการเองค๊า


ก็รอวันนัดไกล่เกลี่ย 1 พ.ย.54 ลองเข้าไปดูสิว่า ไกล่เกลี่ยมันเป็นเยี่ยงไร ปรากฎว่า ไกล่เกลี่ยแล้ว แต่ยอดที่ต้องจ่าย ดันเพิ่มจากยอดที่ต้องจ่าย40,000 เพิ่มเป็น 46,000 บาท งวดเดียว

เฮ้ยๆๆๆๆๆ อารายกันฟระ สรุป ไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ความค่ะ นี่รึ คือไกล่เกลี่ย เกลี่ยให้อิช้านจ่ายเพิ่มนี่อะนะ
ทางชัว บอกว่า ทางลูกค้าผิดนัดชำระ ตามที่ตกลงกันไว้ 40,000 บาท เมื่อวันบลาๆๆๆๆๆๆ

ทำให้ไม่สามารถให้ส่วนลดได้อีก ก็บอกไปว่า คุณไม่ส่งเอกสารยืนยันลดหนี้มาให้ ใครจะกล้าไปจ่ายอะ

เลยแกล้ง บอกวันนี้มีจ่าย 25,000 (โหดไปมั้ยอะ) ถ้าจบได้ ok ถ้าไม่ได้ ขอเลื่อนไปนู้นเลยปีหน้า เพราะอิช้านไม่รีบ รอได้

(ตังอะมี แต่เก็บเอาไว้จ่ายที่อื่นที่ข้อเสนอดีกว่านี้ดีกว่า เชอะๆๆๆ เอาไปจ่ายUOB กับSCB ที่ให้ส่วนลดงามๆๆก่อนดีกว่า
อยากได้เหรอ ร้องเพลงรอไปก่อนแล้วกาน )

แต่ทนายที่นี่น่ารัก อะ เพราะทนายบอกว่า ตัวเค้าเองอะ อยากให้นะส่วนลด แต่ไม่มีอำนาจ ต้องโทรถาม ทางสนง.กม.เท่านั้น เค้าเข้าใจ เพราะทนายเอง ก็มีหนี้first choice เหมือนกัน

อู้ยส์ คุณทนายขา รู้งี้ อิช้านไม่บอกหรอกว่า มาเป็นตัวแทนมอบอำนาจ สามี จะได้บอกว่า มาแทนพี่ชายยยยยย จะได้เก็บทนายมากิน (เผื่อจะเป็นอมตะ 5555)


ระหว่างรอศาลขึ้นบัลลังก์ จะมีพนักงานมาแนะนำว่า จะทำการประนีประนอมยอมความไหม หากประนีประนอมกันจะจบกันตามยอดที่ฟ้อง 57,494 ผ่อนชำระ 24 งวด ไม่มีดอกเบี้ย


มีรึ อิช้านจะยอม เลยบอกไม่เอา อยากปิด อยากปิด อยากปิด อยากปิดถนน เอ้ย ไม่ช่าย อยากปิดเคส central card งวดเดียวค่ะ แต่แหมให้ส่วนลดเยอะขนาดนี้ เลยเตรียมเงินมาไม่ทัน ขอเลื่อนไปก่อนแล้วกันน้า (ขอกลับไปกอดเงินเอาไว้ก่อน อุ่นใจดี)

พอขึ้นศาล สรุปเคสอิช้าน ขอเลื่อนนัดไป 31 ม.ค.55 เนื่องจากคาดว่า สามีจะได้โบนัสมาในช่วงนั้น ทางศาลถามทาง ทนายว่า ขัดข้องไหม ทนายสุดน่ารัก บอกไม่ขัดข้องคร๊าบ

แหม ถ้าไม่ติดว่า อยู่ต่อหน้าศาล และหน้าสาธารณชน หละก้อ
จะทำมือรูปหัวใจให้ไปเลย แต่สาวสวยอย่างอิช้าน ต้องไว้ฟอร์มค่ะ ไม่งั้นจะเสียศักดิ์ศรี


เด๋วจะมาเล่าต่อเรื่องนัดครั้งที่ 2 วันที่ 31 ม.ค.55 สดๆๆร้อนๆๆนะคะ


เคสscb ของคุณสามี ได้ส่วนลดมาโอเค จ่ายปิดไปแล้ว ยอด 122,823 จ่ายปิด 72,000 บาท
ใครที่มีของscb ลองติดต่อดูนะคะ ว่าแต่ทำไมของอิช้านเอง ไม่ได้ส่วนลดงามๆๆ แบบคุณสามีหละเนี่ย สงสัยยังเน่าไม่พอ ต้องรอต่อไป^^





ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • กอบัว
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #3935 โดย กอบัว
เธอ...ให้ฉันได้ทำมาหากิน เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง บ้างดิ...
ฉันไม่ได้มี "ปั๋ว" เลี้ยง เหมือนอย่างเธอนะยะ...
ฉันไป ฉันก็โดนฝาหรั่งมันใช้ยังกะทาสในเรือนเบี้ย
ไหนจะหนาวชิ...หาย
ไหนจะต้องทนดูคนข้างหน้า มันเดินกอดกัน...เช๊อะ...

พี่บัวดีใจกับเธอด้วยนะ สยองกับไอ้ทนายหน้าเซ่อ คนนั้นชะมัด
เกือบเสร็จยัย okwow เสียแล้ว...
อ๊ะ...อาม่าเธอหล่ะ ไปคราวนี้ไม่พกอาม่า ไปเป็นเครื่องรางของขลัง อีกเหรอ 555++
มาเล่าต่อนะยะ...ปูเสื่อรอฟังอยู่เนี้ย...

ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • okwow
  • ผู้เขียนหัวข้อ
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4256 โดย okwow
โถๆๆๆ พี่บัวคนสวยจ๋า ใครจะแกร่ง เก่ง ปนเปรึ้ยวอย่างพี่หละค๊า เกาะสามีอย่างน้องเนี่ย ถ้าสามีเป็นอะไรไป
อนางอ (อนาคต) ของน้องจะเป็นเยี่ยงไร น้องก็อยากจะแกร่ง เก่ง กล้า สามารถอย่างพี่บัว ซะครึ่งนึงก็พอ
จะได้สุขีสุโข

ส่วนอาม่า ไม่พาไปแล้วค๊า เหมือนเอาคนแก่ไปทรมาณอะ

มาเล่าต่อนะคะ นัดขึ้นศาลครั้งที่2 เวลา09.00 น. ไปถึง 09.10 น. นึกว่า คดีเราจบไปซะแล้ว ที่ไหนได้
ศาลท่านยังไม่ขึ้นบัลลังค์ค่ะ (คนดีฟ้าย่อมคุ้มครอง อิอิอิ)

ระหว่างรอศาล ประมาณ09.30 น. ทางแผนกไกล่เกลี่ยเข้ามาก่อน จนถึง10.00 น ทนายโจกท์ถึงเดินทางมาถึง
ช่วงนั้น ก็ได้ต่อรองกันอีกว่า หาเงินเพิ่มมาได้อีก รวมเป็น 28,000 บาทค่ะ ปิดให้ได้ไหม แผนกไกล่เกลี่ยของทางโจทก์
ก็ได้โทรไปถาม ได้รับคำตอบมา เหมือนเดิมว่า “ปิดงวดเดียว 46,000 บาท”


เมื่อยืนยันคำเดิม อิช้านก็ยืนยันคำเดิมเช่นเดียวกัน บอกว่ามีแค่นี้อะ ง้านขอเลื่อนไปก่อนแล้วกัน ไปเก็บตังเพิ่มก่อน
แต่ไม่รู้จะได้เท่าไหร่นะ ทางแผนกไกล่เกลี่ยก็แจ้งว่า งั้นวันนี้ทำได้ 3กรณี คือ 1. ยอมความประนีประนอมหน้าศาลไปก่อน
แล้วค่อยH/Cทีหลัง 2. ให้ศาลท่านพิพากษาไปเลย 3. ขอเลื่อน


ก็ต้องเลื่อนสิคะ มีสิทธิ์ใช้สิทธิ์ให้คุ้ม อิช้านไม่รีบอย่างที่บอก


เคสของอิช้านกว่าจะขึ้นศาล ก็เป็นเคสสุดท้ายเวลาประมาณ เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว ตอนแรกนึกในใจว่า ลองขอความเห็นใจจากศาลดูสิ ว่าอยากจ่ายเท่านี้ จะดีไหมน้อ ว่าแล้วก็ลองหยั่งดู สถานการณ์ก่อน


ศาล: จำเลยขอเลื่อนนัดไปอีกครั้ง ใช่ไหม

อิช้าน : ใช่คะท่าน เพราะวันนี้ตั้งใจอยากจ่ายงวดเดียวให้หมด แต่ทางโจทก์ ยืนยันว่าต้องจ่าย 46,000 บาท งวดเดียว
จากต้น47,000 บาทค่ะ ตอนนี้มีเงินเก็บแค่ 28,000 บาทค่ะท่าน

ศาล : อือม์ ก็ดีแล้วนี่ จ่ายเค้าไป

อิช้าน : (คิดในใจ) ดีนะ ที่ตรูไม่ร้องขอความเห็นใจไป คิดถูกแล้ว
เลยบอกไปว่า ค่ะ ท่าน เลยต้องขอไปเก็บเงินเพิ่มก่อนค่ะท่าน

ศาล : อือม์ แล้วจะนานแค่ไหนดีหละ

อิช้าน : (คิดในใจ) เออหว่ะ นานแค่ไหนดีวะ เลยบอกไปว่า 3 เดือนได้ไหมค๊าท่าน

ศาล : ทนายโจทก์ว่าอย่างไร

ทนายโจทก์ : ทางผมไม่ขัดข้องครับ

อิช้าน : กริ๊ดดดด คุณทนายหน้าเกาหลีอินเทรนด์ น่าร๊ากซะไม่มีอะ ใจดีจริงๆๆ

ศาล : งั้นสรุปเป็นเดือนเม.ย. นะ ครั้งสุดท้ายแล้วนะ

ทนายโจกท์ : นัดหน้าขอเป็นวันที่24 เม.ย.55 ครับท่าน

ศาล: ตกลงนะ จำเลย

อิช้าน : ตกลงค่ะ


สรุปได้เลื่อนไปอีก 3 เดือนค่ะ พี่น้อง....


ดังนั้นเงินที่มีอิช้านเลยเอาไปปิด scb ของสามี (รายละเอียดแจ้งเอาไว้แล้วในหัวข้อตอนท้ายๆๆ) กับUOB ของสามีเรียบร้อยแล้วค่ะ UOB จากยอด 26,000 จ่ายปิด 14,000 งวดเดียว สำเร็จเสร็จสิ้น
ส่วนcentral card รอไปอีก 3 เดือนนะจ๊ะ


อ้อ ลืมเล่าไปอีกนิดระหว่างท่านพิพากษาคดีอื่นอยู่ อิช้านก็ได้ปรึกษากับทางแผนกไกล่เกลี่ยของทางโจทก์
เล่าเรื่องการปิดที่ต่างๆๆให้เค้าฟัง เค้ายังบอกว่า ที่ไหนให้H/C พี่ดี พี่จ่ายไปก่อนเลย (เอ๊ะ รู้จักH/C ด้วย สงสัยเคยเข้าเวปเราแน่ๆๆเลย) และพอใกล้ๆๆวันนัดอีกครั้ง ประมาณต้นเดือน พี่โทรไปติดต่อที่เบอร์XXXXXXX ติดต่อคุณXXXXX

ลองต่อรองกับเค้าดูว่า ถ้าปิดงวดเดียวให้เท่าไหร่ และถ้าเป็นเคสประนีประนอมยอมความ เท่าไหร่
แต่ผมดูยอดพี่แล้ว สามารถจ่ายเดือนละ 1000 บาท ได้ 24 งวด ถ้าพี่สามารถปิดได้ ทางแบงก์จะทำการถอนฟ้องให้

ช่วงใกล้ๆๆวันขึ้นศาล พี่ลองโทรไปคุยดูนะ
ผมเคยทำแผนกติดตามหนี้สิน มาหลายปี มาปีนี้ พนักงานติดตามหนี้สิน หน้าแห้งกันถ้วนหน้า เพราะใจจริง
อยากปิดเคสให้ลูกค้าใจแทบขาด (เพราะพวกผมก็จะได้ค่าตอบแทน) เมื่อก่อน ปิดที่ 50-60% กันแทบทั้งนั้น
แต่ในปัจจุบัน นโยบายแบบนี้ น้อยลง ทำให้พวกผมติดตามหนี้สินยากลำบากมากกว่าแต่ก่อน เพราะทางแบงค์
มีนโยบายที่คิดว่า ถึงอย่างไร ลูกหนี้ก็ต้องจ่ายหนี้ให้ทางแบงก์อยู่ดี ไม่จ่ายงวดเดียว ก็ต้องผ่อนจ่ายจนครบ


ซึ่งส่วนลดเยอะๆๆ ก็เลยไม่ค่อยได้ ยิ่งเร่ง เรื่องเข้าสู่กระบวนการ ขึ้นศาลให้เร็วขึ้นด้วยอีกต่างหาก เพราะอย่างไรทาง
แบงค์ก็ได้กินดอกเบี้ยไปเรียบร้อยแล้ว อิช้านคิดตามแล้วมันก็จริงแฮะ เพราะสังเกตว่า ถ้าฟ้องแล้ว ส่วนลดมักน้อย
แต่ไม่เป็นไร เป็นหนี้เค้าก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เราพร้อมตอนไหนเท่านั้น


ตอนนี้ก็เก็บตังไปเรื่อยๆๆ เผื่อบัตรอื่นๆๆ ให้ส่วนลดที่น่าสนใจ ของสามี เหลือ KTC บัตรเดียว (แต่หลายใบ) แถมยอดเยอะด้วย ถ้าโชคดี อาจได้ปลดktc
ส่วนเคสcentral card นี้ ตั้งใจว่า คงทำประนีประนอมยอมความไปก่อน ผ่อนจ่ายไปโดยไม่มีดอกเบี้ย สักระยะ หลังจากนั้น จะลองติดต่อขอส่วนลดเพื่อทำการH/C ต่อไป
เป็นกำลังใจให้สำหรับท่านที่ยังมีหนี้ และกำลังขึ้นศาล ไม่ต้องกลัวนะคะ แนะนำว่า ควรไปศาลค่ะ เพราะวันที่อิช้านไปศาล
มีหลายคนเลยที่ไม่มาศาล น่าเสียดายแทนจริงๆๆค่ะ หวังว่าปี2555 จะได้ปลดหนี้ โดยไม่ต้องพึ่งพารายการ “ปลดหนี้” ทางโทรทัศน์ ไม่เช่นนั้น อาจเห็นอิช้านวิ่ง แข่งยก อะไรสักอย่าง ในรายการ ก็เป็นได้

“การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ”

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

  • กอบัว
  • ผู้เยี่ยมชม
  • ผู้เยี่ยมชม
7 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #4283 โดย กอบัว
พี่บัวชอบคำพูดที่ว่า

เป็นหนี้เค้าก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เราพร้อมตอนไหนเท่านั้น
จริงค่ะ เราต้องจ่ายคืนเขาอยู่แล้ว แต่อย่าให้ต้องไปหมุนบัตร ยืมโน้นมาจ่ายนี่ มันเป็นวังวน วังเวรที่ไม่จบไม่สิ้น แทบกลั้นใจ กัดลิ้นตัวเองตายแบบนางเอกหนังจีนหลายหน
เราไม่เคยสอนให้สมาชิกชักดาบ แต่เราให้จ่ายหนี้แบบเหมาะสม ไม่เดือดร้อนตัวเอง
มีเงินเหลือให้ลูก ให้พ่อแม่ อิ่มท้อง
เหมือนคำพูดของพี่นกกระจอกเทศบอกเอาไว้ว่า

อย่าโทษตัวเอง อย่านึกถึงอดีตว่าเราไม่น่าพลาดไปสร้างหนี้
อย่าไปทรมานกับอนาคตว่าจะอยู่อย่างไร หนี่จะหมดเมื่อไหร่
หนี้ต่างๆเป็นคดีแพ่ง ไม่ได้มีโทษประหารชีวิตถึงตาย
ไม่มีใครพิพากษาเรา...
มีแต่เราเองนั่นแหละที่จะพิพากษาชะตาชีวิตของตัวเอง
เป็นหนี้ใคร ใครก็ต้องจ่าย แต่เราไม่ได้เป็นหนี้ศักดิ์ศรีของความเป็นคนให้แก่ใคร
อย่าให้ใครมาย่ำยี เหยียดหยาม เหยียบย่ำในชีวิตของเราให้ต้องจมติดดิน อับอายขายหน้า
ประหนึ่งว่า ความผิดในการเป็นหนี้นั้นเป็นความผิดที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตและศักดิ์ศรี
พ่อกับแม่ของเราต่างหากที่เราต้องชดใช้ บุคคลทั้งสองท่านนี้ต่างหากที่เราเป็นหนี้อย่างแท้จริง
เป็นหนี้ที่เราสมควรต้องชดใช้ ต้องให้...และยิ่งให้มาก ใช้หนี้มาก เราก็กลับยิ่งได้ ได้และได้มากขึ้น
ไม่มีสตางค์เรื่องเล็ก ไม่มีสติเรื่องใหญ่
สติมาก่อนสตางค์ ปัญหาหนี้มีทางออก"


แล้วขอบคุณ แม่คุณ แม่ทูนหัว okwow มากที่มาแชร์ประสบการณ์การไปศาล และนโยบายของเจ้าหนี้ในวันนี้ให้เรารับทราบ
อ่านแล้วเพลียฮาร์ดเลยเน๊อะ...แช่งแมร่ง...ไม่ลดก็อย่าลด เมิงก็เก็บเอากับกรูไปทีละพันสองพัน ร้อยสองร้อยก็แล้วกัน ใครหนากว่า ทนกว่า คนนั้นชนะ 555++

ผมเคยทำแผนกติดตามหนี้สิน มาหลายปี มาปีนี้ พนักงานติดตามหนี้สิน หน้าแห้งกันถ้วนหน้า เพราะใจจริง
อยากปิดเคสให้ลูกค้าใจแทบขาด (เพราะพวกผมก็จะได้ค่าตอบแทน) เมื่อก่อน ปิดที่ 50-60% กันแทบทั้งนั้น
แต่ในปัจจุบัน นโยบายแบบนี้ น้อยลง ทำให้พวกผมติดตามหนี้สินยากลำบากมากกว่าแต่ก่อน เพราะทางแบงค์
มีนโยบายที่คิดว่า ถึงอย่างไร ลูกหนี้ก็ต้องจ่ายหนี้ให้ทางแบงก์อยู่ดี ไม่จ่ายงวดเดียว ก็ต้องผ่อนจ่ายจนครบ
ซึ่งส่วนลดเยอะๆๆ ก็เลยไม่ค่อยได้ ยิ่งเร่ง เรื่องเข้าสู่กระบวนการ ขึ้นศาลให้เร็วขึ้นด้วยอีกต่างหาก เพราะอย่างไรทาง
แบงค์ก็ได้กินดอกเบี้ยไปเรียบร้อยแล้ว อิช้านคิดตามแล้วมันก็จริงแฮะ เพราะสังเกตว่า ถ้าฟ้องแล้ว ส่วนลดมักน้อย
แต่ไม่เป็นไร เป็นหนี้เค้าก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เราพร้อมตอนไหนเท่านั้น


สู้ต่อไปนะน้อง...พี่บัวเป็นกำลังใจให้...

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.521 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena

เข้าสู่ระบบ